เรื่องมากับพระ ภาคต่อ5

โดยไม่รู้จริง ยกตัวอย่างเช่นติดต่อกับคุณบุญสืบ ซึ่งเขาบวชมาเป็นเวลาสิบปี เพื่อมาดูแลเกี่ยวกับดีเทลทางพระ แม้แต่บทสวดในหนัง เราตั้งใจทำไม่เผาซี้ซั้วขึ้นมา ทุกอย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่ไม่มีอะไรหมิ่นศาสนา คือ เรื่องที่เล่าไม่ได้พูดว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนามหัศจรรย์มีอิทธฤทธิ์ แต่เป็นศาสนาที่พูดถึงความงามของโลกความสงบ การหลุดพ้นจากทุกข์6.ห่วงเรื่องกระทบศาสนาไหมหนังเรื่องนี้ ถ้าดูต้นๆ จะดูรู้สึกอยากรู้ว่าคุณจะเล่าเรื่องแบบไหน พอดูจนจบคุณจะเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เล่าเรื่องขนาดยกยอปอปั้น ว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนามหัศจรรย์พันลึก แต่เราเล่าเรื่องโดยยึดเอาพระธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระก็ไม่ใช่พระที่มีอิทธิฤทธิ์หรือดูดีจนจับต้องไม่ได้ พระคือคนที่บวชในศาสนาซึ่งแบบเป็นลำดับขั้น ลำดับขั้นนี่ไม่ได้หมายถึงยศนะ หมายถึง ระดับสภาพจิต มีการพัฒนา แม้แต่พระที่เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งเปิดเรื่องเป็นคนเจ้าอารมณ์ ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนาจิตไปจนฉากสุดท้าย สุดท้ายคนเราก็มีการพัฒนาจิต ถ้าเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เขาก็จะได้รับสิ่งที่ถูกต้อง7.ได้ข่าวว่ามีปัญหาเรื่องโลเคชั่นการถ่ายทำบ้างด้วยเพราะเนื้อเรื่องที่มันสมจริง พอเราต้องการให้มันสมจริงนี่โลเคชั่นที่เราใช้นี่ ก็เลยถ่ายบนเขาจริงๆ ที่เสมิง จ.เชียงใหม่ หนังเรื่องนี้เป็นการท้าทายของทุกคนที่ร่วมทำงาน ตั้งแต่นักแสดงทีมงานทุกฝ่ายเพราะว่ามันเป็นโลเกชั่นไม่ธรรมดา บางโลเกชั่นรถเข้าไม่ถึงเราต้องเดินห้าโลสิบโลเพื่อจะไปเอาโลเกชั่น ที่สวยงามตรงนั้นเอาให้ได้ ต้องมีการเซ็ทฉากวัด เรื่องจริงคือเราไม่สามารถหาวัดให้ตรงกับบทได้ เราต้องสร้างวัดขึ้นมา และวัดที่เราสร้างคุณจะไม่มีอะไรเลย ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีอาหาร คุณจะตัดไม้ทำลายป่า คุณจะหาอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างอยู่ในสภาพฝ่ายศิลป์ต้องอดทนอย่างสูง เจอสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คือเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวพายุ พายุนี่คือพายุจริงๆ แบบว่าน่าใจหายคุณอยู่บนภูเขาอยู่ๆ มีพายุพัดเหมือนตัวคุณจะปลิวตกภูเขาไปเลย ซึ่งก็มีคนตกเขาจริงๆ คนขาหักจริงๆ ที่พูดนี่คือต้องไปเจอสภาพจริงๆ ถึงจะเข้าใจว่า เวลามันหนาวนี่มันหนาวแบบจริงๆ พายุเข้าเหมือนอยู่กลางมหาสมุทรของลมเลย เท่ากับหนังเรื่องนี้เจอทุกสภาพ8. หนังเรื่องถ่ายทำไปนานเท่าไหร่6 เดือน เพราะว่าพอดีนักแสดงเยอะ และนักแสดงแต่ละคนมีงานอื่นเยอะมาก การที่จะเอาคิวมาชนกันยาก คือทุกคนให้คิวหมดแต่หาคิวที่ตรงกันยาก แล้วถามว่าทำไมไม่ถ่ายเจาะ ถ้าถ่ายเจาะ เราก็เผางานอีก ไม่อยากทำงานที่ได้เรียกว่าเผา หนังง่ายๆ ถ้าไม่มีคิวคุณก็ถ่ายเจาะเอา เอาตัวละครซึ่งไม่ต้องร่วมกันก็ได้แต่ถ่ายเหมือนร่วมเหตุการณ์กัน ถามจริงๆ ในพ.ศ.นี้ และคนดูหนังไทยก็ไม่ได้เป็นคนโง่ เขาเป็นคนฉลาด คุณทำอะไรแย่ๆ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ตำหนินะ เขาจะด่าคุณยังทำกันอย่างนี้อยู่เหรอ อย่าว่าแต่คนมีการศึกษา แม่ค้าเขายังด่าเลย คือเราไม่มีนโยบายถ่ายเจาะ9. จากที่ดูไปพอใจกับหนังแค่ไหน มันตอบไม่ได้เพราะว่าในมุมของผู้กำกับแต่ละคนจะมองคำว่าพอใจไม่เหมือนกัน ตัวพี่ๆ มองว่า ชีวิตงานเราๆไม่ควรพอใจอะไร เมื่อไหร่พอใจเราก็ควรจะหยุดทำงาน ออกมาได้แค่นี้ เราคิดว่ามันไม่ขี้เหร่ มันไม่เลวร้าย แต่มันจะวิเศษมหัศจรรย์แค่ไหนเราตอบไม่ได้