แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง 27-31 ธันวาคม 2553

ชองซังกุงทำหม้อไฟเลี้ยงนางกำนัลข้างในถีเตี้ยว นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวความรู้สึกว่ารสชาติน้ำแกงแปลกไปจนเกิดความไม่พอใจขึ้นมา ซอจังกึมขอให้กึมยองและเพื่อให้นนางกำนัลด้วยกันชิมน้ำแกง ทุกคนต่างกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำแกงเข้มข้นเกินไป ซอจังกึมจึงเติมน้ำตาลและเกลือลงไป นางพบว่าลิ้นไม่สามารถแยกรสชาติได้ น้ำแกงของนางต้องมีปัญหาแล้ว

                        ฮันซังกุงถามหมอถึงอาการป่วยของชองซังกุงถึงได้รู้ว่านางเป็นโรคไต เมื่อรู้เช่นนี้ฮันซังกุงจึงคิดแผนโค่นล้มชองซังกุง ซอจังกึมคิดว่าการที่ลิ้นของนางไม่สามารถรับรู้รสชาติอาหารนั้นอาจจะมาจากตอนที่ร่างกายนางเหน็บชาไปหมดทั้งตัวก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไปหมอหลวงเพื่อให้รับการรักษา กระทั่งพบว่าอาการของหยวนจื่อดีขึ้นเป็นลำดับ ซอจังกึมบอกอาการหมอหลวงว่าประสาทการรับรู้รสชาติของนางกำลังมีปัญหา
                        มินจุงโฮให้ซอจังกึมยืมตำราแพทย์ จากนั้นเตือนนางว่าอย่าได้ลองใช้สมุนไพรผิดๆถูกๆ เพราะอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ แชปันซุกมาหาโอดึมโฮหวังว่าโอดึมโฮจะช่วยให้แชซังกุงได้ตำแหน่งซังกุงชั้นสูง นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวล่วงรู้เจตนาของแชซังกุงเป็นอย่งดี ดังนั้นจึงบอกให้นางรอไปก่อน นางกำนัลข้างในถีเตี้ยว สั่งให้คนนำยาไปให้ชองซังกุง ชองซังกุงเองรู้ดีว่าเพราะเหตุใดนางกำนัลข้างในถีเตี้ยวจึงต้องการสละตำแหน่ง
                        ชองซังกุงทำของเสวยถวายพระเจ้าจุงจงด้วยตัวนางเอง จากนั้นนางก็ทูลพระเจ้าจุงจงถึงเจตนาที่นางเข้าเฝ้า ชองซังกุงทูลพระเจ้าจุงจงถึงเรื่องซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทรงปฏิเสธโดยต้องการให้เป็นธรรมกับทุกข้าง ชองซังกุงเห็นเช่นนั้นจึงทูลเสนอพระเจ้าจุงจงให้มีการแข่งขันชิงตำแหน่งซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทรงเห็นด้วยเพราะยุติธรรมดี นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวและฮันซังกุงโกรธมากเมื่อรู้เรื่องนี้ ชองซังกุงกล่าวกับฮันซังกุงว่าการแข่งขันในคราวนี้หวังว่าฮันซังกุงจะได้ตำแหน่งมาครอบครอง ฮันซังกุงไปวิงวอนจากซอจังกึมให้ช่วยนางรับมือกับการแข่งขันในคราวนี้ เพื่อให้ให้สมตามความตั้งอกตั้งใจของชองซังกุง ซอจังกึมกล่าวกับฮันซังกุงว่านางไม่สามารถช่วยได้เพราะเหตุว่าประสาทการรับรู้รสชาติของนางเสียไป ฮันซังกุงและซอจังกึมพากันออกไปหาหมอ     แต่นึกไม่ถึงว่ากลับไม่มีหมอคนใดสามารถรักษาให้ซอจังกึมได้ ฮันซังกุงให้กำลังใจซอจังกึมอย่าได้ท้อถอย    ก่อนที่จะกลับเข้าวังหลวง ฮันซังกุงไปตลาด จากนั้นได้ซื้อปลาจากพ่อค้าที่ตาบอดทั้งสองข้าง
 
                        ฮันซังกุงซื้อปลาจากพ่อค้าขายปลาซึ่งตาบอดทั้งสองข้าง นางสังเกตว่าพ่อค้าปลาใช้มือจับปลาอย่างชำนาญ สิ่งที่นางเห็น ทำให้นางนึกถึงซอจังกึมขึ้นมา โดยใช้วิธีการอื่นให้ซอจังกึมสามารถรับรู้รสชาติอาหารได้ อย่างน้อยเป็นการทดแทนประสาทการรับรู้รสชาติที่หายไป   ชองซังกุงต้องการให้แชซังกุงและฮันซังกุงเลือกนางกำนัลต้นเครื่อง เพื่อให้คอยเป็นลูกมือของพวกนางในการแข่งขัน แชซังกุงเลือกกึมยองเป็นลูกมือ ฮันซังกุงเลือกซอจังกึมเป็นลูกมือ
                        ซอจังกึมเกลี้ยกล่อมให้ฮันซังกุงเปลี่ยนความตั้งมั่น แต่ฮันซังกุงกลับตอบซอจังกึมไปว่านางสามารถทำให้ซอจังกึมกลับมารับรู้รสชาติได้ แต่ก็ต้องอาศัยซอจังกึม ฮันซังกุงเริ่มฝึกซอจังกึม โดยให้นางทำหม้อไฟกุ้ง แต่ไม่อนุญาตให้นางชิมอะไร ผลปรากฏว่ารสชาติที่ได้ออกมากลมกล่อม ฮันซังกุงกล่าวชมเชยซอจังกึม แชซังกุงนำตำราอาหารชั้นสูงให้กึมยองโดยให้นางฝึกฝนให้ดี
                        แชซังกุงพบว่ายองโนและชางยาพกกันเล่นอย่างสนุกสนานอยู่ภายในห้องพัก ดังนั้นจึงสั่งยองโนให้ไปพักอยู่ห้องเดียวกับเยินเซ็งและซอจังกึม โดยกำชับให้ยองโนจับตาดูการเคลื่อนไหวของซอจังกึมให้ดีแล้วมารายงานให้นางรู้ ความเชื่อของราษฎรมีว่าถ้าซีอิ๊วเสียแสดงว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น นึกไม่ถึงว่ารสชาติของซีอิ๊วในวัง รสชาติเปลี่ยนไปหมด ชองซังกุงสั่งให้แชซังกุงและฮันซังกุงสืบหาสาเหตุให้พบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร
                        แชซังกุงพากึมยองไปที่บ้านแชปันซุก โดยสอบถามถึงเรื่องเกลือที่ใช้ในวังหลวง แชปันซุกเปิดเผยว่าตนรู้เรื่องที่โอดึมโฮทุจริตเรื่องเกลือของราชสำนัก ฮันซังกุงและซอจังกึมได้พบกับดังดึ้กดูสองสามีเมีย   ดังดึ้กดูมอบเหล้าซึ่งผสมด้วยดอกไม้นานาชนิดให้ซอจังกึมเพื่อให้แสดงความขอบคุณนาง    ฮันซังกุงและซอจังกึมพบว่าเกลือและของต่างๆไม่มีปัญหาอะไร ต่อมาทั้งสองเห็นประชาชนพากันนำไหซีฮิ๊วไปฝังใต้ต้นไม้ เมื่อสอบถามประชาชนดูแล้วพบว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ซีอิ๊วรสฃาติดีขึ้น ในที่สุดซอจังกึมก็พบทางออก
 
                        แชซังกุงไม่รู้สาเหตุที่แป้งถั่วเหลืองเสียได้อย่างไร แต่ด้วยความกลัวว่าจะเสียหน้าจึงพูดออกไปว่านางรู้วิธีที่จะทำให้แป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีขึ้น ชองซังกุงไปตรวจครัวหลวง นางสอนเยินเซ็งให้รู้ว่าอย่างไรเรียกว่าเกลือชั้นดี ชางยากล่าวว่าเกลือในห้องครัวใดก็ไม่เหมือนเกลือในครัวหลวงที่ขาวสะอาด ชองซังกุงได้ยินเช่นนั้นจึงไปวิเคราะห์และพบว่าเกลือในห้องครัวอื่นเป็นเกลือชั้นเลว
                        แชซังกุงนำซีอิ๊วที่ทำจากแป้งถั่วเหลืองของประชาชนมาปรุงน้ำแกงนำขึ้นถวายพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงคิดว่าแป้งถั่วเหลืองก่อนๆมีรสชาติดีมากกว่านี้ ซอจังกึมพบว่าพบว่าในวังหลวงมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีมาก   ในที่สุดก็พบเหตุผลที่ทำให้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดี    ถ้าจะให้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีต้องนำไหไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ จะช่วยให้หมักได้เร็วและมีรสชาติดี ฮันซังกุงสั่งให้ซอจังกึมใช้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองปรุงน้ำแกงถวายพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงล่วงรู้เรื่องซีอิ๊วแป้งถั่วเหลือง พระองค์ถึงกับทรงชมเชยว่าซอจังกึมมีความชำนาญมากเลยทีเดียว
                        ซอจังกึมไปหาชองอุนแป๊ด ขณะนั้นชองอุนแป๊ดกำลังค้นคว้าเรื่องการใช้เข็มผึ้งนำมาฝังเข็ม      ซอจังกึมยินดีเป็นหนูลองให้ชองอุนแป๊ด แต่กลับถูกปฏิเสธ มินจุงโฮล่วงรู้เรื่องนี้เข้า จึงให้กำลังใจซอจังกึม กล้าเผชิญกับความจริง มินจุงโฮนำตำราแพทย์มาให้ซอจังกึมยืมอ่าน ซอจังกึมรู้ว่ามินจุงโฮเขียนกลอนให้กำลังใจนาง ทำให้นางปลาบปลื้มใจเป็นอันมาก
                        กึมยองรู้ว่าฮันซังกุงไม่อนุญาตให้ซอจังกึมชิมอาหารเมื่อปรุงเสร็จ แต่กลับสอนให้ซอจังกึมใช้ความชำนาญในการปรุงรสโดยไม่ต้องชิม แชซังกุงล่วงรู้จากปากหมอหลวงว่าซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหาร แชซังกุงกล่าวกับชองซังกุงว่านางคิดว่าซอจังกึมจะได้รับชัยชนะในการแข่งขัน ในเวลาเดียวกันนางก็เปิดเผยเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหารให้ชองซังกุงรู้ด้วย ชองซังกุงทดสอบซอจังกึมว่าเป็นความจริงตามที่แชซังกุงบอกหรือเปล่า   เรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหารถูกเปิดเผย   แชซังกุงออกคำสั่งไม่ให้ซอจังกึมมาทำงานในครัวหลวงอีกต่อไป ฮันซังกุงออกหน้าปกป้องซอจังกึมโดยพนันกับแชซังกุงให้ซอจังกึมปรุงอาหารให้ทุกคนกิน และให้ทุกคนลงความมองว่ารสชาติดีหรือเปล่า
 
                        แชซังกุงพูดกับกึมยองถึงเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทรับรู้รสชาติอาหาร ดังนั้นซอจังกึมจึงฝึกฝนการปรุงอาหารโดยไม่ต้องชิม แชซังกุงบอกกึมยองว่าอย่าได้เสียเวลาอีกต่อไป ซอจังกึมขอร้องชองอุนแป๊ดให้ใช้เข็มผึ้งทดสอบฝังเข็มกับนาง ภายหลังที่ฝังเข็มไปแล้ว พบว่าที่ตัวซอจังกึมมีผื่นขึ้นเต็มไปหมด เพื่อให้ผลของการรักษา ซอจังกึมตัดสินใจไม่กินยา ดังดึ้กดูนำตับหมูมาให้ซอจังกึมที่วังหลวงโดยบอกกับนางว่าตับหมูมีสรรพคุณในการรักษาเรื่องการรับรู้รส ซอจังกึมพบว่าตับหมูขมมาก จากนั้นนางก็ถามดังดึ้กดูว่าเนื้อปลาวาฬเป็นอย่างไร ดังดึ้กดูตอบนางว่าเนื้อปลาวาฬมีลักษณะเหมือนกับเนื้อวัว
                        แชปันซุกนำวิธีการปรุงเนื้อปลาวาฬมอบให้แชซังกุง จากนั้นก็กล่าวต่อไปว่าโอดึมโฮเริ่มไม่พอใจชองซังกุงขึ้นมาแล้ว ซอจังกึม,กึมยอง,ชองซังกุงและฮันซังกุงแยกกันปรุงเนื้อปลาวาฬ พระเจ้าจุงจงทรงโปรดรสชาติอาหารของซอจังกึม ซอจังกึมลองปรุงอาหารขึ้นมา จากนั้นนางก็ชิมดูพบว่าประสาทการรับรู้รสของนางหายเป็นปกติแล้ว แชซังกุงไม่พอใจที่ซอจังกึมได้รับคำชมเชยจากพระเจ้าจุงจง แม้ว่าแชซังกุงจะยอมรับว่าพ่ายแพ้ก็ตาม แต่นางก็เปิดเผยเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสให้ชองซังกุงรู้ ประสาทการรับรู้รสเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำอาหาร เมื่อซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รส นางจึงไม่มีคุณสมบัติอยู่ในครัวหลวงอีกต่อไป สมควรจะไล่นางออกจากวังหลวง หากชองซังกุงไม่เชื่อจะทดสอบซอจังกึมดูก็ได้ ชองซังกุงได้ยินเช่นนั้นจึงรับปากตามคำขอของแชซังกุง
                        แชซังกุงจงใจกลั่นแกล้งซอจังกึมโดยให้นางชิมซีอิ๊วที่ทำจากกุ้งชนิดต่างๆกัน    นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมสามารถตอบได้ถูกต้องทุกชนิดโดยไม่ผิดเลย ซอจังกึมบอกกับทุกคนว่าประสาทการรับรู้รสของนางเป็นปกติดีแล้ว ชองซังกุงชมเชยซอจังกึมที่ไม่กลัวตายถึงได้กล้าใช้ตัวเองทดสอบถึงสาเหตุของโรคที่หยวนจื่อเป็น   ดังนั้นจึงไม่สมควรอย่างมากที่จะไล่ซอจังกึมออกจากวังหลวง แชซังกุงโกรธมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
                        ซอจังกึมไปขอบคุณชองอุนแป๊ด จากนั้นก็ขอบคุณมินจุงโฮที่คอยให้กำลังใจนาง ซอจังกึมทำอาหารเลี้ยงขอบคุณคนทั้งสอง กึมยองกล่าวกับซอจังกึมว่านางดีใจที่เห็นซอจังกึมหายเป็นปกติ จากนั้นก็กล่าวต่อไปว่าซอจังกึมเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด ซอจังกึมนำตำราแพทย์และอาหารไปให้มินจุงโฮ เพื่อให้แสดงให้มองว่านางหายเป็นปกติแล้ว
 
                        กึมยองกล่าวกับมินจุงโฮว่าระยะนี้นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ มินจุงโฮได้ยินเช่นนั้นจึงปลอบใจ นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวกราบทูลไทเฮาถึงเรื่องที่พระเจ้าจุงจงทรงก้าวก่ายการคัดเลือกซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทูลไทเฮาว่าการที่พระองค์ทรงเผ่านาข้องเกี่ยวนั้นเพราะต้องการได้คนที่มีความชำนาญมากที่สุด ไทเฮาทรงมีรับสั่งให้จัดการแข่งขันคัดเลือกซังกุงขึ้นโดยพระองค์จะทรงเป็นผู้ตัดสินคัดเลือก ภายหลังที่แชซังกุงรู้ว่าไทเฮาทรงเป็นผู้ตัดสินคัดเลือกแล้ว ยิ่งทำให้นางมั่นใจว่านางจะได้ตำแหน่งาครอบครอง เพราะนางเชื่อว่าไทเอาทรงเข้าข้างนางอย่างแน่ๆ
                        ซอจังกึมคิดว่าต้องหาวัตถุดิบใหม่ๆมาปรุงอาหาร ดังนั้นจึงไปขอให้ดังดึ้กดูช่วย นึกไม่ถึงว่าดังดึ้กดูได้รับคำสั่งจากพระเจ้าจุงจงไปที่อารามหลวงดูแลซังกุงที่เคยเป็นแม่นมพระองค์มาก่อน    ส่วนมินจุงโฮได้รับคำสั่งให้ไปสืบหาที่ซ่อนโสม และให้มีน้าที่พาหมอหลวงและดังดึ้กดูไปอารามหลวง ชองซังกุงประกาศว่าการคัดเลือกซังกุงชั้นสูงคราวนี้นั้น ไทเฮาทรงออกข้อสอบหนึ่งข้อโดยให้นำวัตถุดิบที่ราษฎรไม่กินกันนำมาทำเป็นวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร จะทำปรุงเป็นน้ำแกงหรืออาหารอื่นใดก็ได้ทั้งนั้น การที่ไทเฮาทรงออกข้อสอบเช่นนี้นั้นเพราะพระองค์ทรงอยากรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร
                        กึมยองใช้ครีบปลาดองเป็นวัตถุดิบ ส่วนซอจังกึมใช้บ๊วยดองเป็นวัตถุดิบ แต่นึกไม่ถึงว่าทั้งสองคิดใช้กระดูกวัวตุ๋นทำเป็นน้ำแกงด้วยกันทั้งคู่ แต่ตลาดกลับไม่มีกระดูกวัวขาย กึมยองต้องการได้กระดูกวัว และมีเวลาพอที่จะตุ๋นน้ำแกง ดังนั้นจึงไปที่ร้านชำและเนื้อวัว ซอจังกึมต้องการได้วัตถุดิบที่ดี ดังนั้นจึงตัดสินใจรอจนถึงวันรุ่งขึ้นค่อยกลับวังหลวง   ซอจังกึมกลับไม่เป็นห่วงเรื่องเวลาในการตุ๋นน้ำแกง      เพราะว่านางมีวิธีการที่สามารถฃดเชยเวลาที่สูญเสียไป ดังนั้นจึงบอกให้ฮันซังกุงไม่ต้องกลุ้มใจเรื่องนี้
                        ไทเฮาทรงมีความมองว่าอาหารทั้งสองชนิดสูสีกันมาก ภายหลังที่ไทเฮาทรงชิมน้ำแกงที่ตุ๋นจากกระดูกวัวแล้ว ก็ตัดสินให้แชซังกุงชนะเลิศในการแข่งขันรอบแรกนี้ ฮันซังกุงสอนซอจังกึม ที่แท้ขณะที่ตุ๋นกระดูกวัวนั้น ซอจังกึมได้ใส่นมวัวลงไปด้วย ฮันซังกุงกล่าวว่าเนื่องจากว่าซอจังกึมต้องการชนะจึงลืมกฏที่ตั้งไว้ ดังนั้นจึงสั่งให้ซอจังกึมไปปฏิบัติแม่นมหลวงซึ่งเคยเลี้ยงดูฮ่องเต้มาก่อน โดยไม่ให้นางเป็นผู้ช่วยอีกต่อไป