Coffee & Kareem

หนังตลกเบาสมองถึงขั้นกลวงมากๆ เรียกว่าเป็นตลกแบบที่คนดูไม่ต้องสนใจเนื้อเรื่องอะไรทั้งสิ้น บทเริ่มมาง่ายๆ แค่ว่า “คอฟฟี่” ตำรวจชายหนุ่มผิวขาวเป็นแฟนกับแม่หม้ายผิวดำ ที่มี “คารีม” ลูกติดอ้วนๆ ตัวแสบที่ไม่ยอมให้ชีวิตรักของแม่สมหวังกับคอฟฟี่ ด้วยการไปจ้างวานนักเลงมารังแกเขา แต่แล้วกลับแปลงเป็นว่าต้องไปเจอกับคดีฆาตกรรมตำรวจที่พัวพันไปถึงยาเสพติดล็อตใหญ่ จนเขากลายมาเป็นผู้ต้องหาซะเอง แถมยังพ่วงด้วยการถูกหาว่าลักพาตัวคารีมไปทำมิดีมิร้ายอีก นั่นทำให้คอฟฟี่ต้องหาทางพิสูจน์ความบริสุทธ์ของตนเองด้วยการตามจับคนร้ายตัวจริงให้ได้ โดยมีคารีมหนีบสอยห้อยตามไปเป็นคู่หูด้วยตลอดเวลา ซึ่งกลายเป็นตอนๆเวลาปรับความข้องเกี่ยวของทั้งคู่ไปพร้อมกัน

รีวิว Coffee & Kareem คู่หูต่างวัยต่างผิวสีที่ฮากลิ้งยิงมุกกันทุกนาที 1หนังขายตลกเสียดสีหยาบโลนกันทุกคำพูด โดยหลักๆ มาจากคารีมเด็กอ้วนผิวสีที่ถูกวางคาแรกเตอร์ให้เป็นเด็กฝีปากร้าย ด่าเจ็บแสบหยาบคายเต็มไปด้วยมุกสัปดนตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มเรื่อง โดยที่เจ้าหนูนี่ก็ไม่กลัวอะไรด้วย เห็นคนยิงตายก็ยังหน้าตาเฉย เรียกว่าหนังละทิ้งเหตุผลทั้งหมดไปเพียงเพื่อให้ขายความตลกสุดโต่งกันเต็มกำลัง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าหนังตลกขำจริงแทบทุกประโยคที่คารีมพ่นออกมา เพื่อให้สอนให้คอฟฟี่ตำรวจผิวขาวดูแสบห้าวเก๋าเป้งขึ้นกว่าเดิม จากภาพลักษณ์ตำรวจก๋องแก๋งที่หนังปูไว้ให้คอฟฟี่เป็นเหมือนตำรวจอ่อนหัดสุดในสถานี ทำงานพลาดจนถูกย้ายไปเป็นตำรวจจราจร ซ้ำร้ายยังตกกระไดพลอยโจนโดนป้ายความผิดป้ายสีซะเต็มกระบุง คอฟฟี่จึงต้องพยายามกู้ชีวิตตัวเองกลับคืนมา แต่ดันต้องมาพึ่งพาเด็กอายุ 12 ปีอย่างคารีม ซึ่งหนังตัดความสมเหตุผลทั้งหลายออกไปหมด ให้คารีมเหมือนเป็นพี่เลี้ยงคอฟฟี่ซะมากกว่า จึงเปลี่ยนเป็นความฮาที่ได้เห็นตำรวจทำอะไรเอ๋อๆ เพี้ยนๆ จากคำแนะนำเด็กแสบอย่างคารีม แม้แต่การขับรถตำรวจหนีผู้ร้ายก็ยังให้คารีมเป็นคนขับหนีได้แบบฮาๆ เรียกว่าถ้าจะเอาความสมจริงหรือมีเหตุผลกับเรื่องนี้คงได้เครียดมากกว่าฮาครับ

ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะไม่สมเหตุอะไรเลยก็ตาม แต่ก็เพื่อให้ให้มุกตลกต่างๆ มันเกิดขึ้นได้ อันนี้พอเข้าใจได้ไม่ใช่เรื่องแย่นักถ้าคนไม่ซีเรียสนั่น แต่ที่แย่เป็นที่บทเนื้อเรื่องมันเบาหวิวกลวงโบ๋เหมือนไม่ได้คิดปมเรื่องอะไรเลยสักอย่าง ใครเป็นคนร้ายก็เปิดตัวกันจะๆ คนร้ายตัวจริงก็ออกแนวบ้าบอเข้าไว้เพื่อให้ให้ตลก แต่มันไม่ค่อยจะตลกสักเท่าไหร่เพราะความไม่สมหน้าที่ของเรื่องนี่แหละครับ ส่วนที่ตลกจริงๆ ก็ยังอยู่กับสองตัวเอกหลัก พ่วงแม่ของคารีมเผ่านาช่วยด้วยตอนหลังอีกนิดหน่อย ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าบทมีความลึกกว่านี้อีกสักนิด หนังจะขยับเกรดตัวเองได้สูงขึ้นกว่านี้อีกเยอะครับ

ตัวละครคารีมอาจจะขัดใจหลายท่าน เพราะเจ้าเด็กบ้านี่ดูไม่เหมือนเด็กสักเท่าไหร่ คาแรกเตอร์ก็ไม่น่ารักชวนให้มีเสน่ห์อะไร แม้มุกที่พ่นออกมาจะตลก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดูแล้วรักในตัวน้องดาราหนังคนนี้ได้แบบหนังเด็กเรื่องอื่นๆ แต่ส่วนคอฟฟี่ที่ออกแนวตลกหน้าตายเอ๋อๆ ไปกับแอ็กชั่นตำรวจหลุดๆ นั้นเข้าท่า มีความฮากับหน้าตาคาแรกเตอร์ตัวแสดงสอบผ่านเลย แต่เคมีทั้งคู่ดูแล้วหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นัก จนสุดท้ายตอนจบที่แปลงเป็นครอบครัวกันได้ก็ไม่รู้สึกอินฟินไปตามนั้น กลับกันตัวแม่ที่เปิดตัวว่าเก่งในภายหลังกลับดูดี มีความเจ๋งห้าวเป้งตัวแม่แท้ๆ ซึ่งถ้าเรื่องเล่นกัน 3 คนแต่แรก หนังน่าจะสนุกและมีมุกอะไรมากกว่านี้อีกเยอะครับ

รีวิว Coffee & Kareem คู่หูต่างวัยต่างผิวสีที่ฮากลิ้งยิงมุกกันทุกนาที 2สรุปเป็นหนังตลกเบาหวิวที่ไม่ได้น่าจดจำอะไรนัก ตัวเรื่องพ่นคำหยาบสัปดนเรื่องสีผิวเยอะตลอดเวลากับเนื้อเรื่องที่กลวงโบ๋ แต่ถ้าไม่ได้คิดอะไรมาก ละทิ้งทุกอย่างไปเพื่อให้เสพมุกตลกในเรื่องก็ฮาได้จริง แต่อาจจะเป็นมุกตลกอเมริกันมากสักนิด (อย่างมุกตำรวจผิวขาวเรียกชายผิวดำหยุดรถ) ถ้าตามทันก็ฮา ไม่ทันก็อาจจะงงบ้างนิดๆ แต่โดยรวมก็ถือว่าสอบผ่านในเรื่องความตลก แต่สอบตกในเนื้อเรื่องอย่างแรงครับ