บ้านศิลาแดง 1

เพ็ญพรชวนกอล์ฟ เข้าตลาด มาหาของกินอร่อยๆ แต่ก็บังเอิญไปเจอพวกโจรกระชากสร้อย เพ็ญพรมองแบบไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็โชว์ฝีไม้ลายมือแบบไม่ยั้ง จนเอาสร้อยมาจากโจร ส่งคืนให้กับเจ้าของได้ วิทวัส (ธนพล นิ่มทัยสุข) มาเจอกับเพ็ญพรโดยบังเอิญ ในคราบของแม่ค้าขายปาท่องโก๋ แค่การพบกันนัดแรก ทั้งคู่ก็ได้ปะทะคารมกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพ็ญพรไม่ชอบขี้หน้าวิทวัสอย่างแรง แต่ก็ไม่ทันผ่านวันเพ็ญพรต้องเจอกับวิทวัสอีก ที่บ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรถึงกับอึ้งที่รู้ว่า ต้องเจอกับวิทวัส ในฐานะที่ทำธุรกิจร่วมกัน

ทั้งเพ็ญพรและวิทวัสมีโอกาสพบกันอีกหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทั้งคู่ก็อดที่จะแกล้งให้อีกข้างเจ็บใจไม่ได้ จนแปลงเป็นเหมือนขมิ้นกับปูนกันเลยทีเดียว

ภายหลังที่เอกสิทธิ์เปลี่ยนเป็นอัมพาตต้องนอนอย่างเดียว พูดอะไรไม่ได้ สโรชาปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่ เพราะถ้าเอกสิทธิ์ตายสมบัติทั้งหมดก็ต้องตกอยู่กับบุตรสาว คุณปล่อยให้เอกสิทธิ์มีชีวิตอยู่อย่างคนที่มีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ และคอยรับหน้าทนายสมศักดิ์ (รอง เค้ามูลคดี) ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านศิลาแดง โดยคอยเป็นทำดีต่อหน้าทนายสมศักดิ์ว่าเป็นห่วงเป็นใย คอยดูแลเอกสิทธิ์ที่นอนป่วยอยู่เป็นอย่างดี แต่พอทนายสมศักดิ์กลับไป ก็ปล่อยให้เอกสิทธิ์อยู่แบบคนอนาถา มีเพียงพรเพ็ญคนเดียวที่คอยดูแลพ่อของคุณ

เชาว์ (ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย) เผ่านาครอบครองบ้านศิลาแดงโดยเปิดเผย ด้วยการเป็นสามีเก่าของสโรชา เชาว์นั้นมีลูกกับสโรชา 2 คนคือ “ณัฐพงษ์” (ภรัญญู โรจนวุฒิธรรม) และ “อาภาพร” (ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) แต่เชาว์ก็ไม่ได้เผ่านาเพียงคนเดียว เชาว์พาวาทินี (เจริญ|ดีาณี จารุวรรณสถิต) เมียเด็กของเขาเผ่านาด้วย เลยทำให้สโรชา และอาภาพรไม่พอใจ แต่สโรชาก็ต้องยอมให้เชาว์พาวาทินีเผ่านา เพราะสโรชายังต้องพึ่งเชาว์ อยู่ดี

สิบเจ็ดปีผ่านไป เดือนฉายแปลงเป็นเศรษฐีนีเจ้าของโรงงานผงมะพร้าวสกัดแห้งกระป๋องสำเร็จรูป ขยายกิจการจนรุ่งเรือง เพราะทางราชการตัดถนนผ่านสวนเสาวรสของเคน ทำให้มีเงินขยายกิจการสวนมะพร้าวและซื้อที่ดินแถบนั้นอีกหลายร้อยไร่ คุณมุมาะทำธุรกิจนี้จนประสบความสำเร็จ โดยมีเคนเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจให้คุณ ส่วนเพ็ญพรนั้นเรียนทางด้านบริหารธุรกิจจบมาจากเมืองนอก และในขณะเดียวกันก็เรียนศิลปะการต่อสู้มาหลายแขนง เพราะคุณตาของคุณคือ “เคน” ที่คอยสอนการต่อสู้ให้คุณตั้งแต่เด็กๆ จนแปลงเป็นความชอบของเพ็ญพร

นางร้ายที่รัก 2

หลังกลับจากงานศพสายธาร พิมพ์ชนกร้องไห้จนหลับไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะมีมือเย็นเฉียบแตะขาคุณ พิมพ์ชนกเห็นร่างสายธารร้องไห้อยู่ปลายเตียงของคุณ คุณไม่ได้ฝัน… คุณเห็นสายธารอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เสียงโทรศัพท์ของพิพัฒน์ปลุกพิมพ์ชนกให้ตื่นจากภวังค์ สายธารหายไปแล้ว พิพัฒน์นัดเจอพิมพ์ชนกบอกความจริงเรื่องสายธารเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตอนแรกพิพัฒน์เจ็บปวดและรับไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ให้อภัยเพราะความรักที่เขามีต่อสายธาร และคิดแผนที่จะแต่งงานกันแต่ดนัย(กรุณพล เทียนสุวรรณ)กับสมภพ(วริษฐ์ ทิพโกมุท) สองพี่น้องนายทุนและเจ้าพ่อแห่งแวดวงหรรษา ที่เคยใช้บริการสายธารบ่อย ๆ ไม่ยอมเลิกกับสายธาร ทั้งสองขู่เอาชีวิตสายธารทำให้สายธารหวาดกลัวและอัดคลิปเสียงขู่ฆ่า และคลิปเสียงของดนัยที่โทรนัดให้สายธารไปพบที่บึงร้าง ไม่งั้นจะแฉรูปโป๊ของสายธารที่แอบถ่ายเอาไว้ สายธารจึงขู่กลับว่าจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมดกับสื่อฯ หลังจากสายธารตาย มือถือของคุณก็หายไป พิพัฒน์มั่นใจว่าดนัยกับสมภพร่วมมือกันฆ่าปิดปากสายธาร

พิมพ์ชนกหดหู่กับเรื่องของสายธารที่คุณได้รับรู้ ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจของพี่สาวต่างสายเลือด ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ…สายธารก็คงไม่มีชะตากรรมอย่างนี้ เพราะคุณไปอ้อนวอนขอร้องให้สามีเมียคู่นั้นรับสายธารไปอยู่ด้วย

สามีเมียครอบครัวประเสริฐวรกาญจน์ถูกใจและเลือกรับอุปการะพิมพ์ชนก แต่พิมพ์ชนกอยากให้สายธารได้อยู่สุขสบายมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงเสียสละโอกาสนั้นให้น้อง โดยหารู้ไม่ว่า…คุณได้ส่งสายธารไปสู่เงื้อมือพญามัจจุราช ครอบครัววรกาญจน์ย้ายที่อยู่เมื่อได้ตัวสายธารไป ทำให้บ้านแสงประทีปติดต่อไม่ได้ พิมพ์ชนกขาดการติดต่อกับสายธารทั้งที่ทั้งสองสัญญาจะไม่ทิ้งกัน

สายธารถูกเลี้ยงให้เติบโตมาอย่างดี และถูกพ่อแม่ใจยักษ์บังคับให้สายธารขายตัวกับเสี่ยกระเป๋าหนักมากหน้าหลายตา โดยที่คุณไม่อาจขัดขืนได้ หลังจากพ่อแม่สายธารติดหนี้พนัน จึงพากันหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อให้นบ้าน ทำให้สายธารหลุดพ้นจากวังวนอุบาทว์ คิดเริ่มชีวิตใหม่กับพิพัฒน์ แต่ต้องมาเจอเวรกรรมเก่าจากดนัยและสมภพตามหลอกหลอนไม่หยุด

พิมพ์ชนกคิดแก้แค้นแทนสายธาร เพื่อให้กระชากหน้ากากนายทุนชั่วในแวดวงรื่นเริงของดนัยกับสมภพให้สาสมกับที่สายธารถูกรังควานทั้งร่างกายและจิตใจ เสียงลมหวีดหวิวและเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายธารเตือนพิมพ์ชนกว่า “อันตราย” แต่พี่สาวผู้รักน้องสุดหัวใจ มุ่งมั่นจะทวงความยุติธรรมให้สายธาร โดยไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น

พิมพ์ชนกได้รับจดหมายลึกลับขู่เอาชีวิต ให้พิมพ์ชนกเลิกตามสืบเรื่องสายธาร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพิมพ์ชนกในกองถ่ายและระหว่างทางกลับบ้านหลายครั้ง พิมพ์ชนกคิดว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากดวงแขกับพิไล ศัตรูคู่แค้นในแวดวง แต่ชาร์ลีมั่นใจว่าเหตุร้ายแรงหลายครั้งเป็นความสามารถฆาตกรที่อยู่เบื้องหน้าการตายของสายธาร

หวานใจนายจิตระเบิด 4

บางทีสิ่งที่อยากได้ยินได้รับรู้เรื่องคนอื่นมันกลับไม่ได้ยิน แต่สิ่งที่ไม่อยากได้ยินได้ฟัง มันกลับได้ยิน ชัดเจน ชัดพอที่จะทำให้ธนาคิดว่าต้องการจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ธนาได้เปรียบผู้หญิงพวกนี้เพราะเขา ได้ยินสิ่งที่พวกคุณคิด แต่อยู่มาวันหนึ่งเขากลับไม่ได้ยินซะอย่างนั้น มันแปลงเป็นเรื่องไม่ปกติสำหรับเขา ไปซะแล้ว เขาไปปรึกษาหมอแววตา หมอจิตแพทย์ที่รักษาเขา หมอแววตาบอกว่าถ้าลองใช้ไฟฟ้าช๊อต อาจจะกลับมา แต่มันกลับมาไม่กี่นาทีรวมทั้งหายไป ธนาแก้ไขด้วยการพกเครื่องช๊อตไฟฟ้าติดตัวตลอดเวลา …ทำให้เขาสามารถควบคุมการได้ยินความคิดของผู้หญิงได้…. วันที่เขาจำเป็นต้องใช้มันช๊อตตัวเองเพื่อให้ที่จะ ได้ยินความคิดของรันย่า แบตเตอรี่เครื่องช๊อตเกิดหมด เขารู้สึกมืดแปดด้านแล้วทำอะไรไม่ถูกต้องปล่อยให้ มันเป็นไปตามธรรมชาติอะไรมันจะซวยขนาดนั้น..คราวหลังอย่าลืมพกถ่านอัลคาไลน์ด้วยล่ะตี๋เอ๊ย….
แต่ในที่สุดธนาก็ได้รับการรักษาจนหาย เขาไม่ได้ยินเสียงผู้หญิงอีกแล้ว…แต่คราวนี้เขากลับได้ยิน เสียงผู้ชายแทน…ยุ่งไปกันใหญ่เลย…และชาลีก็รู้เรืองนี้ในที่สุด

ย้ง เยาวราชคู่แค้นเก่าของพ่อของธนาออกจากคุก และต้องการมาล้างแค้นจึงร่วมมือกับเสียม กวาดล้าง แกงค์ของธนาและชาลี ทั้งหมดได้ต่อสู้กันจนในที่สุด แกงค์ของธนาก็ยังอยู่ แต่มันกำลังจะสลายไป เมื่อชาลี เรียนจบ

การที่เป็นคนพิเศษกว่าคนอื่น มันอาจจะได้เปรียบ จนแปลงเป็นการเอาเปรียบไป แต่บางครั้งเขา อาจจะไม่รู้ความจริงสักอย่างเลยก็…นั่นก็คือใจของตนเอง รันย่า ภารดี วิรงรอง ใครกันแน่ที่เขารักจริงๆ วันหนึ่งธนาก็ได้รับการรักษาจนเป็นเหมือนคนปกติเขาไม่ได้ยินใครคิดอีกแล้ว…สิ่งหนึ่งที่เขาศึกษาค้นพบก็คือ แม้ว่าเขาจะได้ยินเสียงผู้หญิงคิด แต่ไม่มีใครสักคนที่คิดตรงกับปากและความประพฤติ…มีเพียงคนเดียวเท่า นั้น…นั่นคือ วิรงรอง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียงคิดของวิรงรองอีกแล้วแต่เขาก็มั่นใจว่า วิรงรองคือคนที่ใช่ สำหรับเขา ส่วนวิรงรองเองก็รู้ว่าคุณรักเขาอยู่เต็มหัวใจ

ดูดวงไพ่ยิปซี 12 ราศี ประจำวันที่ 4-20 ตุลาคม 2556 ภาคต่อ4

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Five of Swords อาจจะมีเรื่องต้องจำใจยอมแพ้ เหมือนคนออกรบแล้วรู้ว่าตัวเองไม่มีทางชนะ ส่วนลึกคิดเสมอว่าตัวเองไม่ผิด ไม่แพ้ แต่สภาพการณ์ทำให้คุณต้องวางดาบลง

 

          คำแนะนำพิเศษ Knight of Pentacles มีความหวังในทางที่ดีมากขึ้น มีโชคทางการเงินเผ่านา คนอายุน้อยจะนำสิ่งดี ๆ มาให้

 

   ราศีกรกฎ Cancer (15 กรกฎาคม – 16 ส.ค.) 

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Six of Wands งานการใด ๆ ที่ทำมานาน จะถึงจุดหมายแล้ว แต่ถ้างานไหนพึ่งจะเริ่มตอนนี้ เส้นทางความสำเร็จยังอีกยาวไกล ความขยันและการมีวินัยเท่านั้นจะทำให้คุณเดินหน้าไปได้เรื่อย ๆ

 

          ความรัก ความเกี่ยวเนื่อง Two of Pentacles ตรงเวลาที่เหน็ดเหนื่อย และต้องจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้ดีที่สุด บางทีอาจต้องใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หาเวลาพูดคุยกัน ประคับประคองกันไป ขลุกขลักบ้าง ยังดีมากยิ่งกว่าแตกหักกันกลางคัน

 

          สภาวะการเงิน Ten of Swords ระวังเรื่องเสียเงินก้อนใหญ่ หรือมีปัญหาค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นได้ทุกอย่าง เช่น จู่ ๆ มีเรื่องใช้จ่ายไม่ทันตั้งตัว พี่น้องป่วย คนยืมเงิน การนัดไม่เป็นไปตามแผน การเบิกจ่ายล่าช้า ถูกเบี้ยว ถูกโกง ฯลฯ อะไรก็ตามที่ทำให้คุณเครียดและกังวลใจ

 

          ธุรกิจ การงาน Ace of Wands จะมีงานใหม่ ๆ เผ่านา เป็นโอกาสที่ดีในการแสดงความสามารถ ได้รับการส่งเสริมอย่างสุดกำลัง ถ้าคุณมีแผนการอะไรใหม่ ๆ ในเดี๋ยวนี้ ลุยไปได้เลย ใครที่สอบแข่งขัน หรือสมัครงานใหม่ จะสมหวัง

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Page of Cups จิตใจมนุษย์เราซับซ้อนนัก บางครั้งคนที่ดูแข็งกร้าวก็ซ่อนความอ่อนไหวไม่น่าเชื่อ เช็กดูภายในจิตใจตัวเอง ตามให้ทันอารมณ์ที่อ่อนไหว บางทีคุณเองอาจมีความลับในใจ แอบชอบใครอยู่?

 

          คำแนะนำพิเศษ The Devil อาจได้พัวพันกับกิเลสของคนอื่น หรือเกิดความปรารถนาอย่างมากในจิตใจตัวเอง ตระหนักให้ดีว่ามันเป็นพันธนาการหรือเปล่า

 

  ราศีสิงห์ Leo (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ King of Swords อยู่ในสภาวะที่ต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญเป็นพิเศษ มีเรื่องต้องตัดสินใจ ต้องฝ่าฟันไปด้วยความเข้มแข็งหนักแน่น มีสิ่งที่บังคับให้คุณต้องดำเนินไปตามเส้นทาง เลี่ยงไม่ได้

 

พริ้งคนเริงเมือง

เสียงหวดไม้เรียวฟาดกระหน่ำไม่ยั้งมือ พร้อมเสียงร้องของเด็กที่ยังไม่ตัดจุก ในตำบลหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี พริ้งถูกตีไม่เว้นวัน แต่พริ้งไม่เคยหลาบจำ เมื่อแม่ตั้งท้อง…ก็จับได้ว่าพ่อมียก้ ทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด แม่ต้องเลี้ยงบุตรสาวสามคนอย่างลำบาก จนแม่ตาย พี่น้องก็แยกไปคนละทาง นวมต้องเลี้ยงพริ้ง ในขณะที่ ช้อย ลูกคนกลางได้ข้าหลวงในวังไปชุบเลี้ยง นวมเกลียดพริ้ง พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก พี่สาวคนโตที่ว่าจะพึ่งได้ก็กลับสอนไม่เป็น เห็นพริ้งเหมือนวัวเหมือนควา

เหมือนมีแม่พระมาโปรด ประเทียบ ที่มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของพริ้งมาเห็นเข้าแล้วเกิดเวทนา ทำให้ประเทียบนึกเอ็นดูอยากรับไปเลี้ยง เพราะตัวเองไม่มีลูก แต่สันดานที่ฝังลึก ถึงแม้ประเทียบที่เป็นคนกฎระเบียบจัด และแม่ปริกข้าเก่าเฒ่าเลี้ยงคนสนิทของประเทียบจะช่วยกันอบรมเลี้ยงดูปลูกฝัง พริ้งก็ไม่เคยรับอะไรเข้าหัว คอยแต่ทำตัวเป็นลิงหลอกเจ้าไปวัน ๆ จนพริ้งตัดจุกเริ่มเป็นสาวเต็มตัว และรู้จักใช้ความสวยของตนเองเล่นหู เล่นตา กับผู้ชายแถวนั้น ทำให้ประเทียบนึกหวั่นใจ กลัวว่าพริ้งจะท้องไม่มีพ่อเข้าสักวัน

พี่ช้อย พี่สาวคนรองของพริ้งซึ่งพึ่งจะแต่งงานกับคุณพระเวศน์ที่มีอายุแก่กว่ามาก ย้ายมาอยู่ติดกันกับบ้านประเทียบ และกำลังจะมีลูก จนกระทั่งช้อยคลอดลูกชายชื่อว่า ตานิด ที่ประเทียบรักนักหนาจนนำมาเลี้ยงที่บ้าน คุณพระสามีของข้อยได้ตามให้หมอพินิจ ซึ่งเป็นหมอแผนปัจจุบันมารักษา หมอพินิจหลงรักพริ้งตั้งแต่ตอนแรกเห็น พริ้งพูดเสมอว่าถ้าจะมีผัว จะไม่ยอมมีผัวแก่ หมอพินิจเทียวไล้เทียวขื่อบ้านคุณประเทียบ และบ้านพี่ช้อยเพราะอยากเห็นหน้าพริ้ง แต่พริ้งคอยหลบเลี่ยงเป็นประจำ จนปี พ.ศ 2484 เมืองไทยเซ็นสัญญายิมยอมให้ญี่ปุ่นใช้เมืองไทยเป็นทางผ่านไปสู่พม่า

พริ้งปีนหนีออกมาเที่ยวในคืน แต่ในขณะที่จะปีนกลับก็ได้เจอกับหมอพินิจที่มาซุ่มรออยู่ พริ้งพยายามเลี่ยงการเกี้ยวพาราสีของหมอพินิจ พริ้งจะปีนกลับเข้าไปก็ไม่ได้ เพราะคนในบ้านแตกตื่นเรื่องญี่ปุ่นบุก หมอพินิจช่วยกลบเกลื่อนเรื่องพริ้งหนีออกไปเที่ยวด้วยการพาพริ้งเข้าไปด้วยกันและสมอ้างว่า ทั้งคู่ควงกัน หมอพินิจฉวยโอกาสขอพริ้งแต่งงาน พริ้งเลยต้องตกกระไดพลอยโจน พริ้งย้ายไปอยู่ที่บ้านหมอพินิจ พริ้งยอมกลายเป็นของพินิจ หมอพินิจหลงไหลเมียสาวขึ้นทุกวัน พริ้งเห็นแก่เงินทุกบาททุกเงิน นับวันยิ่งเห็นเงินเป็นพระเจ้า ในที่สุดพริ้งก็รู้สึกตัวว่าท้อง พริ้งตั้งอกตั้งใจจะบอกหมอพินิจเรื่องลูกแต่หมอพินิจกลับเปลี่ยนเป็นศพด้วยความเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกตาย

ซ่อนรักกามเทพ

นันทิสา (ออย) สาวห้าวที่สุดประจำบริษัทคิวปิดฮัต เธอเป็นฝ่ายบุคคลที่มีหน้าที่ดูแลการทำงานของพนักงานให้ทำตามกฎระเบียบ แต่นันทิสากลับเป็นคนที่มาทำงานสายเกือบจะทุกวัน เพราะบ้านเธออยู่ไกลจากที่ทำงาน กว่าจะได้รับอนุญาตจากแม่และยายให้เริ่มเดินทางออกจากบ้านก็ต้องรอจนกว่าฟ้าจะสว่าง เพื่อป้องกันภัยจากความเลวระยำที่เกิดจากไอ้พวกมนุษย์เพศผู้ แล้วสถิติการมาสายของนันทิสาก็ดูจะหนักข้อขึ้นทุกวันตามจำนวนยอดขายรถยนต์ จึงทำให้ ภีม ต้องออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดว่า ให้นันทิสาย้ายมาเช่าคอนโดของเขาอยู่ชั่วคราว ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องไล่เธอออก นันทิสาจึงยอมย้ายมาอยู่ที่คอนโดใจกลางกรุงเทพฯของภีม ทำให้นันทิสาได้พบกับ อังค์กูณฑ์ สถาปนิกหนุ่มหล่อเพื่อนข้างห้อง

นันทิสามีทัศนคติเรื่องผู้ชายที่ไม่ดีเหมือนแม่กับยาย เพราะแม่กับยายเล่าเรื่องความรักที่เจ็บปวดจากผู้ชายให้เธอฟังตั้งแต่เด็ก แล้วทัศนคติของเธอก็ยิ่งต้องแย่หนักขึ้น เมื่อเธอเห็นว่ามีผู้หญิงมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้าไปในห้องของอังค์กูณฑ์ และทุกคนจะออกมาพร้อมกับท่าทางปวดเมื่อย ทว่าสีหน้ากลับ “ฟินเว่อร์” นันทิสาจึงเข้าใจไปเองว่าอังค์กูณฑ์เป็นพวกบ้ากาม นันทิสาแทบอยากจะย้ายออกไปจากคอนโด แต่เพราะไม่อยากถูกไล่ออก เธอจึงต้องทนอยู่ห้องติดกับไอ้วิตถารต่อไป กว่าจะรู้ว่าสิ่งที่อังค์กูณฑ์ทำคือการวาดรูปนู้ดเท่านั้น ก็ทำให้ความสัมพันธ์ของนันทิสาและอังค์กูณฑ์ไม่ดีเอาซะเลย

ขณะเดียวกัน นันท์นลิน น้องสาวของอังค์กูณฑ์ ถูก มารุต แฟนหนุ่มที่คบกันมานานขอแต่งงาน แต่ อารีย์ แม่ของนันท์นลินยังไม่ยินยอมให้แต่ง เหตุเพราะเธอไม่ถูกชะตากับมารุต ดังนั้นอารีย์จึงอ้างไปว่านันท์นลินจะแต่งงานก่อนพี่ชายไม่ได้ นันท์นลินก็เลยต้องทำทุกอย่างเพื่อหาแฟนให้อังค์กูณฑ์ หนึ่งในแผนนี้ก็คือการพาเพื่อนสมัยเรียนที่มีโปรไฟล์ชั้นเลิศ และเคยแอบชอบอังค์กูณฑ์มาทำความรู้จักกับพี่ชาย แต่นันท์นลินเผลอทำมากไป ทำให้เพื่อน ๆ เข้าไปใจไปว่าอังค์กูณฑ์คลั่งไคล้พวกเธอสุด ๆ ทุกคนต่างแวะเวียนมาหาอังค์กูณฑ์ อังค์กูณฑ์ก็ไม่ใจดำพอที่จะปฏิเสธ เพราะไม่ชอบเห็นผู้หญิงเสียใจ เขาขอความช่วยเหลือจาก ชาร์ลี เพื่อนสนิทจอมกวนประสาทก็ไม่ได้ผล โชคดีที่นันทิสามาพบเข้าและช่วยเขาแก้ปัญหาได้ดี อังค์กูณฑ์ก็เลยตัดสินใจชวนนันทิสามาทำหน้าที่แฟนกำมะลอเพื่อไล่ผู้หญิงพวกนั้น นันทิสาก็ยอมทำเพื่อช่วยผู้หญิงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอังค์กูณฑ์ และเพื่อเงินสำหรับเป็นต้นทุนเปิดร้านขายอาหารสุขภาพในไอจี เพราะนันทิสามั่นใจว่าเธอทำตามเงื่อนไขหาแฟนแลกหนึ่งล้านของภีมไม่ได้ เธอจะต้องถูกไล่ออก เธอจึงต้องหาช่องทางทำมาหากินอื่น ๆ ไว้ด้วย หลังจากนั้นนันทิสาและอังค์กูณฑ์ก็ร่วมมือกันเป็นแฟน เพื่อขับไล่เพื่อนของนันท์นลินด้วยวิธีอ่อนโยนที่สุด

จนเรื่องอังค์กูณฑ์มีแฟนก็ไปถึงหูของครอบครัว อารีย์สั่งให้เขาพาแฟนมาด้วย แล้วกลายเป็นว่าอารีย์ชอบผู้หญิงไม่มีมาดดูจริงใจอย่างนันทิสามาก แต่นันท์นลินไม่ชอบนันทิสา เพราะรู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงธรรมดาเกินไปที่จะมาเป็นพี่สะใภ้ของเธอ และนันท์นลินรู้สึกแปลก ๆ กับพฤติกรรมของพวกเขา จึงคอยตามสืบ โดยมี น้ำผึ้ง ดาราสาวคนรักเก่าของอังค์กูณฑ์ ที่เพิ่งบินกลับมาจากเมืองนอกมาคอยช่วยเหลือ การพยายามปกปิดความจริงของนันทิสาและอังค์กูณฑ์ ก็ยิ่งทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน ทัศนคติของนันทิสาที่มีต่อผู้ชายก็เปลี่ยนไป ก่อเกิดความรักในใจขึ้นกันอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ได้แค่ซุกซ่อนไว้ในใจเท่านั้น

จนกระทั่งน้ำผึ้งสืบรู้เรื่องยายกับแม่ของนันทิสา เธอจึงนำเรื่องที่หลานสาวหัวแก้วหัวแหวนมีแฟน ซ้ำยังอยู่คอนโดเดียวกัน แม่กับยายโกรธมากสั่งนันทิสาให้ลาออกจากบริษัททันที ตอนนี้เองที่อังค์กูณฑ์แน่ใจตัวเองแล้วว่าห่วงใยนันทิสามาก เขาจึงไม่ซุกซ่อนความรักของตัวเองอีกต่อไป แต่เลือกที่จะเปิดเผยความรักความจริงใจทั้งหมดของเขาให้แม่กับยายของนันทิสารู้ เพื่อให้พวกเขาแน่ใจว่าผู้ชายคนนี้รักลูกสาวและหลานสาวของพวกเขาเพียงใด

นักรบตาปีศาจ

เมืองไทย เกิดการลักพาตัวดารา นางงาม นางแบบ นายแบบ และชายหนุ่มสาวหน้าตาดี อายุ ระหว่าง 16-25 ปี หายตัวลึกลับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้หญิงสาวๆสวยๆจนตื่นตระหนกกันทั่วไป ตำรวจพยายามตามสืบหาตัวคนร้ายแต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่มากพอ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ในกรมทหารแห่งหนึ่งมีการสัมมนาสัมมนาลับ ในแผนการระดับชาติ ชื่อ “ การสัมมนาลับตามสัญญาระหว่างไทย-ฝรั่งเศส เพื่อให้พัฒนาสมรรถภาพของทัพและประสิทธิภาพของอาวุธที่ใช้สูรบในภูมิประเทศแถบเอเชีย” การสัมมนาคราวนี้ มีนายทหารผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคและยุทธวิธีมาร่วมประชุมหลายนาย รวมทั้ง พันตรี อัคคีและ พันตรี บันดาลเพื่อให้นสนิทมีโอกาสร่วมสัมมนาคราวนี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสมาร่วมประชุมด้วย นอกจากอาวุธอื่นๆแล้วยังมีอาวุธลับชื่อ Evil eyes หรือ ตาปีศาจ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ค้นคว้าประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อให้ใช้ค้นหาข้างตรงผ่านได้ ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิประเทศใดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน มีหลักการทำงานด้วยการอาศัยอุณหภูมิความร้อนของร่างกายที่เปล่งออกมา โดยจะปรากฏภาพบนจอเครื่องรับ มีทั้งขนาดใหญ่ที่ใช้ในทัพ และมีขนาดเล็กที่ใช้ในหน่วยจู่โจม ที่สำคัญสามารถใช้แทนดวงตามนุษย์ได้โดยผ่าตัดเชื่อมกับSystemการมองเห็นของมนุษย์ แม้จะไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นภาพสีได้เหมือนคนปกติ แต่อุปกรณ์พิเศษที่เชื่อมกับSystemประสาทการมองเห็นทำให้สามารถแปลภาพออกมาให้สมองรับรู้ได้ว่าเป็นภาพอะไร นอกจากนี้มีเซลล์พิเศษที่สะสมแสงอินฟาเรดแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานที่มีอำนาจการทำลายล้างศัตรูที่ตรวจพบเห็นได้อย่างรวดเร็วและร้ายแรงมาก เป็นผลงานของ พันโท ดร.ยังส์เขามีความตั้งอกตั้งใจที่ประดิษฐ์ดวงตาวิทยาศาสตร์นี้ขึ้นมา เพื่อให้ผ่าตัดให้กับทหารที่ต้องตาบอดจากการสู้รบ ทั้งเพื่อให้ชดเชยการสูญเสียการมองเห็นและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสู้รบอีกด้วย อุปกรณ์นี้ใช้สารสังเคราะห์พิเศษ พีพี 71 ซึ่งทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ การมาสัมมนาที่กรุงเทพฯคราวนี้ พันโท ดร.ยังส์ และ พันโท เดอโกลได้นำอุปกรณ์ต้นแบบมาสาธิตด้วย ขาด แต่ Evil eyes ชุดที่ประดิษฐ์สำหรับคนนั้นยังไม่สามารถนำมาสาธิตได้ เพราะว่าอุปกรณ์นี้ต้องใช้กับคนที่ตาบอดใหม่ๆ เส้นประสาทไม่บอบช้ำจึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งยังหาคนที่มีคุณสมบัติพร้อมไม่ได้ อัคคีสนใจมากถึงขนาดขอเป็นอาสาสมัครในการลองคราวนี้ แต่ ดร.ยังส์ และ พลโท พิชัย ผู้บังคับบัญชาของเขาไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอม

เมื่อการสัมมนาสิ้นสุดลง อัคคีเดินคุยกับบันดาลเรื่อง Evil eyes อีกครู่หนึ่งก่อนแยกไปออกกำลังกายที่โรงยิมในหน่วย เขาชอบออกกำลังกายมาก ต้องทำทุกวันทั้งเพื่อให้สุขภาพ และความคล่องแคล่วในการทำงาน อัคคีเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีโครงสร้างกล้ามเนื้อสวยงาม ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนั่นเอง เขาออกกำลังกายอยู่พักใหญ่แล้วจึงกลับบ้านพักในกรม อัคคีแต่งงานแล้วกับ วิชชุดาคุณกำลังตั้งครรภ์ซึ่งเป็นลูกคนแรกของทั้งคู่ ลูกที่จะเผ่านาเติมเต็มให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่นบริบูรณ์มากขึ้น อัคคีทั้งรักและทะนุถนอมวิชชุดามาก เย็นวันนั้นเขาพาเมียออก ไปกินอาหารเย็นและแวะซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มสาวทั้งคู่เหมาะสมกันเป็นอย่างมาก อัคคีหล่อและสมารท์ ขณะที่วิชชุดาสวยสะดุดตา ทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเฝ้ามอง และสะกดรอยตลอดทาง อัคคีไม่ได้ระวังตัวมากนักเพราะอยู่ในเมืองหลวงไม่ใช่ที่ดินการรบ อีกประการหนึ่งเขามัวระวังวิชชุดา ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจึงไม่สังเกตอะไรมากนัก พลบค่ำพอดีเมื่อทั้งสองเดินออกมาจากห้างถึงลานจอดรถ จู่ๆชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นตรงเข้าจับทั้งอัคคีและวิชชุดาขึ้นรถตู้คันหนึ่งที่สตาร์ทรออยู่แล้ว เสียงร้องอย่างตกอกตกใจของของวิชชุดาทำให้ชายชายหนุ่มแทบคลั่ง เขาเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ต้องปล่อยให้พวกมันจับมัดอย่างน่าสมเพท ระหว่างทางพวกมันคุยกันถึงอัคคีและวิชชุดา ว่าเป็นผลงานที่ดีมากทั้งคู่เป็นชายหนุ่มหล่อสาวสวยที่บริบูรณ์แบบมาก น่าจะเป็นพ่อพันธุ์และ แม่พันธุ์ที่ดี และ เลขาน่าจะพอใจในผลงานคราวนี้ อัคคีพยายามหาทางหนีทั้งที่ดูจะยากเต็มที เขาห่วงวิชชุดากับลูกเหลือเกิน ระหว่างทางพวกมันมองวิชชุดาอย่างพอใจ การที่คุณท้องกลับทำให้พวกมันมีอารมณ์หื่นกามมากขึ้น อัคคีแค้นใจจนแทบกระอักเมื่อพวกมันหยุดรถข้างทาง และฉุดคุณลงจากรถ รอบๆนั้นเปลี่ยวมืด เสียงร้องขอความเมตตาของเมียและเสียงเฮฮาของพวกมันทำให้อัคคีต้องการจะฆ่าพวกมันให้หมด แต่เขาทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในรถเพียงแค่นั้นเวลาผ่านไปนานเหมือนชั่วกัปกัลป์ในความรู้สึกของเขา กว่าพวกมันจะพาวิชชุดากลับขึ้นมาอีกที สภาพของคุณเหมือนตุ๊กตาที่โดนฉีกทึ้งอย่างน่าสงสาร คุณผวาเผ่านากอดเขาร้องไห้อย่างน่าเวทนา ใจของเขายิ่งโมโหพลุ่งพล่าน ในใจคิดเพียงต้องการจะฆ่าพวกมันให้หมด

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่รถตู้ก็จอด พวกมันพาอัคคีและวิชชุดา ไปที่ห้องโถงในอาคารหลังหนึ่ง ชายร่างเล็กคนหนึ่งเดินเผ่านาพร้อม ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ เสียงพวกมันเรียกว่าท่านเลขา อย่างพินอบพิเทา เขาเดินมาดูอัคคีและวิชชุดาอย่างพอใจ แต่เมื่อรู้ว่าวิชชุดากำลังท้อง เลขาสั่งกำจัดทันที อัคคีแทบคลั่ง เมื่อชายกลุ่มที่จับเขามากรูเข้าจับวิชชุดาล็อคแขน ล็อคคอ มีดคมกริบปาดคอคุณสิ้นใจต่อหน้าเขานั่นเอง ส่วนอัคคีเลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวาในคืนนี้ และข้างซ้ายในวันรุ่งขึ้น ชายชายหนุ่มถูกลากไปขังไว้ในห้องที่ถูกกั้นลูกกรงไว้เป็นแถวราวห้องขัง เขาสังเกตว่ามีคนถูกขังไว้ห้องละคนทุกห้อง ทั้งหมดล้วนเป็นคนชายหนุ่มสาวที่หน้าตาดีทั้งสิ้น

ระหว่างถูกขัง อัคคีเศร้าใจกับชะตากรรมของวิชชุดา ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสงสัยว่าพวกมันจับคนพวกนี้มาทำไม กลางดึกคืนนั้นอัคคีถูกพาตัวไปที่ตึกนั้นอีกที พวกมันลากเขาไปที่ห้องๆหนึ่งเหมือนห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลสนาม ชายชายหนุ่มหนาวเยือกในใจเมื่อเดาได้ว่า งานที่เลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวานั้นคือ การควักลูกตาเขานั่นเอง อัคคีพยายามสู้แต่พวกมันมีมากกว่า เขาจึงโดนจับมัดไว้ที่เตียงผ่าตัดอย่างหมดทางสู้ อัคคีถูกวางยาหมดสติไป

เวลาผ่านไป อัคคีรู้สึกตัวอีกทีพร้อมกับความเจ็บปวดที่ตาขวา เขายกมือขึ้นจับก็พบกับ ผ้าก๊อซชุ่มเลือดที่ปิดตาอยู่ แค้นใจที่สุดเขาเริ่มคิดแผนหนีทันที เขาไม่ยอมให้พวกมันมาควักตาซ้ายเขาไปอีกแน่ ชายชายหนุ่มแกล้งทำเป็นหมดสติ หมดเรี่ยวแรง เหมือนคนป่วยหนัก จนพวกมันต้องรีบมาดูแลเพราะกลัวสินค้าคุณภาพอย่างเขาจะตาย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน อัคคีหนีออกไปจากสถานกักกันนั้นในสภาพที่บอบช้ำเต็มที เขากลับไปที่ กรมทหารและไปที่บ้านของบันดาลทันที

บันดาลพาเขาไปส่งโรงพยาบาลในหน่วย เขานึกถึงหาทางช่วยเพื่อให้น เรื่องEvil eyes หรือตาปิศาจ ผุดเผ่านาในสมอง เขารีบติดต่อพลโทพิชัย ให้มาเยี่ยมอัคคี และเสนอเรื่องการผ่าตัดใส่ Evil eyesให้เขา อัคคีเต็มใจอย่างมาก พันโท ดร.ยังส์ และพันโท เดอโกล ถูกตามตัวมาเพื่อให้ดำเนินการผ่าตัดให้ชายชายหนุ่มทันที การผ่าตัดใช้เวลานาน แต่สำเร็จเรียบร้อยดี อัคคีต้องพักฟื้นอีกหลายสัปดาห์จึงจะเริ่มหัดใช้ Evil eyes พิชัยถามเขาถึงสาเหตุที่ต้องสูญเสียดวงตา แต่อัคคีไม่บอกอะไรมากไปกว่าเขาประสบอุบัติเหตุ ระหว่างที่เขาพักฟื้น บันดาลให้ ประกายดาว บุตรสาววัยรุ่นคอยส่งอาหารให้ คุณเป็นเด็กสาวที่สวยมาก และเป็นหลานสาวที่น่ารักของอัคคีเสมอมา ชายชายหนุ่มพยายามฝึกการใช้ Evil eyes ทุกวัน ในใจร้อนรุ่มกับการออกไปตามแก้แค้นเลขากับลูกน้องวิปริตที่ฆ่าเมียกับลูก และทำให้เขาต้องเป็นแบบงี้

เวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ข่าวประกายดาวที่หายตัวไปลึกลับทำให้อัคคีเป็นห่วงมาก เขาเดาได้ว่าต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่จับเขานั่นเอง ชายชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับแต่ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ความโกรธแค้นอัดแน่นจนแทบคลั่ง อัคคีรู้สึกปวดที่ตาขวา แสงบางๆสีแดงพุ่งออกจากตาเผาหนังสือพิมพ์ตรงหน้าเป็นรูกลวง ชายชายหนุ่มทิ้งหนังสือพิมพ์อย่างตระหนกตกใจ รีบดับไฟก่อนจะเผาบ้านพักให้วอดไปทั้งหลัง คำอธิบายของพันโท ดร.ยังส์ ผุดขึ้นในสมองทันที อานุภาพของมันร้ายแรงจริงๆ เขาจะใช้ Evil eyes หรือตาปีศาจนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด

ข่าวของประกายดาวทำให้อัคคีร้อนใจมาก เขาต้องช่วยคุณให้ได้ ชายชายหนุ่มไปหา พันตรีสมุทร เพื่อให้นสนิทที่ลพบุรี เพื่อให้หาอาวุธเหมาะมือ มันต้องมีอานุภาพร้ายแรงเพื่อให้จัดการพวกมันให้สิ้นซาก เมื่ออัคคีได้ของที่ต้องการจึงย้อนกลับมากรุงเทพอีกรอบ ดึกมากแล้วเมื่อเขามาถึงมีนบุรี เขาคลำทางไปจนพบสถานกักกันนรก จนได้ Evil eyes ช่วยให้เขามองเห็นความเป็นไปในนั้น รู้ว่าศัตรูอยู่ไหน อัคคีจึงจัดการพวกมันตายทุกคน รวมทั้งเลขาใจเหี้ยมนั้นด้วย เขาย้อนกลับเข้าไปค้นในตึกที่ทำการพวกมัน ปล่อยคนที่ถูกขังทั้งหมด ผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียดวงตาเหมือนเขา อัคคีรีบเข้าไปค้นเอกสาร จนพบว่ามีรายการส่งสินค้าให้คลินิกศัลยกรรม สยุมพร ชายชายหนุ่มได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วจึงระเบิดทำลายตึกนั้นทั้งหมด

สองสามวันต่อมา อัคคีแฝงตัวเป็นคนไข้ขอรับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา โดยเขากล่าวว่าต้องเป็น หมอสยุมพร แค่นั้นอัคคีได้พบหมอสยุมพรตามต้องการ คุณไม่ใช่คนสวย ดุไม่น่าจะเป็นหมอเก่งๆเลย คุณพูดอย่างภูมิใจว่าคุณสามารถหาดวงตาของคนจริงๆมาเปลี่ยนให้เขาได้ เมื่ออัคคีทำท่างง คุณจึงอธิบายต่อว่า วิทยาการทางการแพทย์ล้ำหน้าไปมากจนเปลี่ยนอวัยวะได้ทุกส่วนโดยใช้อวัยวะของคนจริงๆ สยุมพรบอกว่าได้มาจากคนที่บริจาคและส่วนหนึ่งมาจากคนที่เต็มใจขายให้ อัคคีรู้ทันทีว่ามาจากคนที่พวกมันจับมาต่างหาก ความแค้นทำให้เขาจับตัวหมอสยุมพรเพื่อให้ถามหาแหล่งส่งอวัยวะเหล่านั้น แต่ลูกน้องสยุมพรมีมากเกินไป อัคคีหนีไปได้แต่สยุมพรก็หลุดมือเช่นกัน ระหว่างทางกลับที่พักเขารู้สึกตัวว่าถูกเด็กชายหนุ่มคนหนึ่งสะกดรอยจึงดักรอและจับตัวได้ เขาดึงหมวกที่สวมหลุบหน้าออกไปเขาต้องแปลกใจที่ เห็นสาวสวย ผมสั้น นัยน์ตาสวยแทน คุณปฏิเสธเรื่องการสะกดรอยแถมยังบอกว่าถ้าเขาไม่ปล่อยคุณไป คุณจะโวยวายว่าโดนเขาทำอนาจาร อัคคีไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ งานของเขาเป็นความลับและสำคัญเกินกว่าจะเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้

คืนนั้น อัคคีย้อนมาที่คลินิกสยุมพรอีกรอบ สำรวจตรงนั้นด้วย Evil eyes เขาพบว่ามีการวางกำลังคนหนาแน่นมากกว่าคลินิกทั่วไป เขาพบตู้โลหะใบใหญ่ถูกเก็บไว้อย่างดี อัคคีสงสัยว่าจะเป็นตู้เก็บอวัยวะสดๆที่ถูกตัดมา เขาแฝงตัวเข้าไปในตึก ค่อยๆเก็บพวกมันทีละคนจนเหลือคนสุดท้ายที่เฝ้าตู้ เขาบังคับถามจนรู้ว่าใครเอาตู้มาส่ง และจะส่งในวันไหน อัคคีปิดปากยามคนสุดท้ายแล้วพยายามเปิดตู้แต่ไม่สำเร็จ ชายชายหนุ่มจัดการวางระเบิดจนอาคารคลินิกหมอสยุมพร พังราบในเวลาเพียงไม่กี่นาที ขณะที่อัคคีกำลังหนีโดยเดินปะปนไปกับผู้คนที่มามุงดู รถเก๋งสีแดงเพลิงขับมาประชิดตัว กระจกหน้าต่างเปิดออก เสียงใสๆบอกให้เขาขึ้นรถมากับคุณก่อนจะหนีไม่ทัน อัคคีจำได้ทันทีว่า เป็นสาวสวยคนที่สะกดรอยตามเขานั่นเอง เขายอมไปกับคุณเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าคุณเป็นใคร หญิงสาวขับรถอย่างคล่องแคล่วพาเขาไปที่ริมสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง คุณจอดรถและหันมาบอกเขาว่า คุณอยากร่วมงานกับเขา อัคคีปฏิเสธไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อคุณเรียกเขาว่าผู้พันอัคคี แถมยังบอกได้อีกว่าเขาต้องสูญเสียเมียกับลูกไปเมื่อไม่นานมานี้ อัคคีก็ลังเล คุณจึงบอกอีกว่าคุณรู้ว่าเขาระเบิดคลินิกหมอสยุมพรทิ้ง ถ้าเขาไม่ยอมให้คุณร่วมงาน คุณจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ และอาจรายงานกับผู้บังคับบัญชาของเขาด้วย อัคคีจึงจำยอม ชายชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อคุณไม่ยอมบอกข้อมูลส่วนตัวของตน นอกจากบอกว่าชื่อ วิชชุดา และเป็นอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติเหรียญทอง อัคคีหันขวับอย่างไม่พอใจเมื่อคุณบอกว่าคุณชื่อวิชชุดา เหมือนกับเมียของเขา แต่หญิงสาวพูดอ่อนโยนว่าคุณชื่อนี้จริงๆไม่ได้มีเจตนาจะเปลี่ยนชื่อให้เหมือนเมียเขาเลยสักนิด อัคคีนัดพบคุณในคืนต่อมา โดยย้ำให้แต่งตัวสวยๆ

อัคคีมาตามเวลานัด แต่ก็พบว่าวิชชุดามารออยู่ก่อนแล้ว คุณแต่งตัวสวยน่ารักเช่นเดียวกันกับเป็นคนละคนกับสาวทอมบอยคนเมื่อวาน งานชิ้นแรกของทั้งคู่คือหาตัวคนคุมสินค้าในตู้โลหะมาส่งให้หมอสยุมพร และเส้นทางการส่งของ ข้อมูลที่ได้จาก พระเอกลิเก ลูกค้าที่กลายมาเป็นลูกน้องสยุมพรทำให้อัคคีและวิชชุดาพูดไม่ออก พวกมันค้าขายอวัยวะสดๆของคนจริงๆ ทั้งสองคนตั้งอกตั้งใจจะสืบหาตัวการใหญ่ให้ได้ แล้วจะทำลายให้หมด อัคคีและวิชชุดาทำงานร่วมกันด้วยดี ชายชายหนุ่มใช้ Evil eyes ได้ชำนาญมากขึ้น มองเห็นได้ในความมืดและมองทะลุกำแพงได้ราวมีตาเอ็กซเรย์ เพราะคลื่นความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายนั่นเองอัคคีสามารถควบคุมพลังงาน อินฟาเรดได้ตามต้องการ เหล่าร้ายหลายๆคนต้องตายเพราะโดนพลังงานแสงอินฟาเรดนี้ รวมทั้งหมอสยุมพรด้วย วิชชุดานั้นสงสัยมากว่าทำไมอัคคีจึงมองเห็นอะไร และคาดการณ์ได้ราวมีตาทิพย์ และมีเรื่องทักษะพิเศษแปลกๆหลายอย่างที่คุณเคยถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบ

ในขณะที่อัคคี และวิชชุดาออกล่าพวกเหล่าร้าย ทั้งคู่ก็ถูกตามล่าเช่นกัน คนที่รับเคราะห์คือ แม่กับน้องสาว ของวิชชุดาที่ถูกพวกมันฆ่าตายอย่างทารุณ การสูญทิ่มุคคลที่รักในครอบครัวทำให้วิชชุดาเข้าใจอัคคีว่าเจ็บแค้นเพียงใด อัคคีเองก็เข้าใจความรู้สึกของวิชชุดาเช่นกัน ทั้งสองคนทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันสูญเสียเหมือนๆกัน ทำให้ความเกี่ยวเนื่องระหว่างอัคคีและวิชชุดา เปลี่ยนไป จากเพื่อให้นร่วมงานมาเป็นคนรักกัน เมื่อบ้านถูกระเบิดทิ้ง วิชชุดาถูกตามฆ่าจนอัคคีต้องพาตัวคุณมาอยู่ด้วยกันที่บ้านในกรมทหาร เพื่อให้คุ้มครองดูแลคุณได้เต็มกำลัง เขาไม่ยอมสูญเสียคุณไปเหมือนอดีตเมียเขาอีกแล้ว

ทั้งคู่ขยายผลการสืบสวนต่อไปจนรู้ว่า คนที่อยู่เบื้องหน้าเรื่องโหดเหี้ยมพวกนี่คือ หมอยกเกียรติ ผู้อวยการโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมี หมออรุณ เป็นเลขาใหญ่ เป็นหัวหน้าสายส่งสินค้า ระหว่างตามหาตัวการใหญ่ทั้งสองคน อัคคีถูกสั่งให้ไปพบ พันโท ดร.ยังส์ เพื่อให้ทดสอบและประเมินผล Evil eyes ตรงนั้นอัคคีแปลกใจที่พบเด็กไทยอายุประมาณ 2-3 ขวบทั้งหญิงและชาย หน้าตาน่ารักเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวเพื่อให้นหมอยังส์หลายท่าน เด็กเหล่านั้นน่ารักเหมือนลูกครึ่ง เฉลียวฉลาด ที่น่าสงสัยคือ หน้าตาเหมือนๆกันทั้งที่ไม่ใช่พี่น้อง อัคคีค่อยๆสอบถามจนรู้ว่า เด็กพวกนี้ รับมาจากโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมีที่มาเหมือนๆกันคือ พ่อ แม่มีปัญหาเลี้ยงไม่ได้ ครอบครัวที่ต้องการมีลูกต้องเสียค่าใช้จ่ายนับล้านบาทเพื่อให้ให้ได้พวกแกมา และพวกแกก็น่ารักสมกับที่พวกเขาต้องการ

อัคคีกลับเมืองไทย เมื่อเสร็จภารกิจ เขาเล่าให้วิชชุดาฟังเรื่องเด็กๆ เขาเข้าใจว่าขบวนการนี้ลักพาตัวเด็กส่งขายต่างประเทศ หญิงสาวรับปากจะตรวจดูให้ ทว่าข้อมูลเด็กหายก็ไม่สอดคล้องกับเรื่องที่อัคคีสืบได้อีกทางหนึ่ง ไม่นานนัก อัคคีถูกส่งตัวไปช่วยงานปราบปรามกองโจรที่ตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย ตรงนั้นเขาได้พบพันโท ดร.ยังส์ อีกรอบพร้อมกับนักรบ Evil eyes ชาวมาเลเซียอีกสามคน ซึ่งยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างชำนาญเหมือนอัคคี ทำให้พวกเขาเสียชีวิต ที่น่าเสียดายคือ ดร.ยังส์เสียชีวิตด้วย อัคคีจับหัวหน้าขบวนการตรงนั้นได้ จึงรู้ข้อมูลที่น่าตกอกตกใจมากขึ้นว่า พวกคนร้ายไม่ได้ ลักพาเด็ก แต่ผลิตเองและเพาะเลี้ยงในฟาร์ม ส่งขายทั่วโลก ข้อมูลต่างๆโยงไปที่ หมอยกเกียรติ หมออรุณ และ พรทิพา น้องสาวของ หมอยกเกียรติ

เมื่อกลับมาจากมาเลเซีย อัคคีจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ทัพจึงตั้งชุดดำเนินงานพิเศษเฉพาะกิจขึ้นเพื่อให้กวาดล้างขบวนการนี้ ส่วนประกายดาว ลุกสาวบันดาลรอดจากการถูกเฉือนอวัยวะขายไปได้เพราะคุณมีคุณสมบัติในการเป็นแม่พันธุ์ที่ดี หมอยกเกียรติ จะทำเด็กหลอดแก้ว โดยใช้ไข่จากแม่พันธุ์ที่ดี แล้วไปผสมกับเชื้อจากพ่อพันธุ์ ซึ่งก็คือชายชายหนุ่มหน้าตาดี บุคลิกดีที่จับมาแล้วนำตัวอ่อนที่ได้ ไปฝังไว้ในท้องผู้หญิงอีกคนที่สุขภาพแข็งแรง เพื่อให้ให้ตัวอ่อนรุ่งเรืองเติบโตได้ดี จนกระทั่งเด็กคลอดจึงถูกส่งไปเลี้ยงในฟาร์มก่อนส่งขาย อัคคี กับ วิชชุดาและทีมเฉพาะกิจต้องทำงานเสี่ยงอันตรายอย่างทุ่มเทจึงจัดการ หมออรุณ กับ พรทิพาได้ ส่วนยกเกียรตินั้นประกายดาวใช้ความฉลาดไหวพริบส่งข่าว จนอัคคีและวิชชุดานำทีมมาช่วยคุณและคนอื่นๆได้ และช่วยให้ข้อมูลเรื่องหมอยกเกียรติตัวจริงจนอัคคีและวิชชุดาตามไปจับได้ถูกคน หมอยกเกียรติตายไปพร้อมกับความฝันที่จะพัฒนาสายพันธุ์มนุษย์ให้สวย ฉลาด บริบูรณ์รูปแบบผิดธรรมชาติ เมื่อเรื่องร้ายจบไป พันตรีอัคคี จึงได้รู้ว่าวิชชุดา ว่าที่เมียคนใหม่ของเขาเป็นร้อยตำรวจโทหญิง นักแม่นปืน ที่ถูกส่งเผ่านาร่วมงานกับเขาโดยเฉพาะ ส่วนวิชชุดาเองก็ได้ รู้ข้อมูล Evil eyes หรือตาปีศาจจากอัคคี แต่ที่เหนือกว่าอะไรทั้งหมดคือ เขาและคุณรักกันและจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันอย่างสุขสบาย

คอร์สลัดพิสูจน์เลิฟ

จิม(เผ่าเพชร เจริญรุ่งเรืองสุข) อาจารย์พิเศษสอนถ่ายภาพอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และมีความฝันที่ต้องการจะเป็นช่างภาพมืออาชีพ จิมมีแฟนชื่อ เคท(อลิสา ขุนแขวง) ทั้งคู่คบกันได้ประมาณ 1 ปี และด้วยอายุที่กำลังจะก้าวขึ้นเลขสาม ทำให้เคทเริ่มกังวลใจเรื่องการแต่งงาน เพราะคุณต้องการความมั่นคงในชีวิต ในขณะที่จิมกลับไม่ค่อยใส่ใจถึงเรื่องอนาคตความข้องเกี่ยวของทั้งคู่ ทำให้เคททั้งโกรธและน้อยใจ จึงตัดสินใจยื่นคำขาด ให้จิมแต่งงานกับคุณภายในสิ้นปีนี้ ทำเอาจิมถึงกับเครียด เพราะเขาไม่เคยนึกถึงเรื่องการแต่งงานแม้แต่นิดเดียว ทั้งจิมยังความรู้สึกว่ายังอยากทำตามฝันให้สำเร็จเสียก่อน

กระทั่งวันหนึ่งทั้งคู่ได้ไปงานแต่งงานของเรยา เพื่อให้นสนิทเคท ภายในงาน เรยาแอบกระซิบบอกความลับสู่การแต่งงานอันเป็นนิพพานของคุณ ว่าคุณและสามีไปเข้าคอร์สกับ กูรู ชื่อ ดร.จอห์น(วิลลี่ แมคอินทอช) เป็นคอร์สสำหรับคู่ครองที่มีความคิดที่จะแต่งงานกัน เพื่อให้เป็นการเสริมสร้างความเกี่ยวพันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น และที่สำคัญ 99% ของแฟนที่เข้าคอร์สนี้จะสมหวังทุกคน ทำให้เคทเกิดความสนใจขึ้นมาทันที จึงหลอกล่อให้จิมไปพบกูรูกับคุณ

ภายหลังที่ทั้งคู่ได้พบกับกูรูจอห์น จิมและเคทจำเป็นที่จะต้องผ่านบททดสอบครั้งสำคัญทั้งหมด 7 ขั้นตอน โดยมีข้อแม้ว่า ทั้งสองคนต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด ในแต่ละสัปดาห์ ทั้งคู่ต้องมาพบกูรูเพื่อให้รับโจทย์ทีละข้อ เพื่อให้นำกลับไปปฏิบัติตาม แม้ว่าจิมจะรู้สึกไม่ค่อยเชื่อในตัวกูรูคนนี้เท่าไหร่ แต่ก็ยอมทำตามเพราะมั่นใจว่าคงไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาได้อย่างแน่ๆ

จิมและเคททำตามโจทย์ของกูรูไปพร้อมๆ กับใช้ชีวิตทำงานควบคู่กันไป แต่ดูเหมือนว่าบททดสอบของกูรูจอห์นจะเริ่มหนักข้อ และแปลกแปลกขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งก็ทำให้ทั้งคู่ต้องมีปากเสียงสมุทราะกันอย่างหนัก

สุดท้ายบททดสอบความรักของดร.จอห์น จะสามารถทำให้จิมและเคทได้แต่งงานกันจริงหรือเปล่า? ห้ามพลาดในการชมซีรีส์ “Yes, i do คอร์ส ลัด พิสูจน์เลิฟ”

แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง 27-31 ธันวาคม 2553

ชองซังกุงทำหม้อไฟเลี้ยงนางกำนัลข้างในถีเตี้ยว นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวความรู้สึกว่ารสชาติน้ำแกงแปลกไปจนเกิดความไม่พอใจขึ้นมา ซอจังกึมขอให้กึมยองและเพื่อให้นนางกำนัลด้วยกันชิมน้ำแกง ทุกคนต่างกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำแกงเข้มข้นเกินไป ซอจังกึมจึงเติมน้ำตาลและเกลือลงไป นางพบว่าลิ้นไม่สามารถแยกรสชาติได้ น้ำแกงของนางต้องมีปัญหาแล้ว

                        ฮันซังกุงถามหมอถึงอาการป่วยของชองซังกุงถึงได้รู้ว่านางเป็นโรคไต เมื่อรู้เช่นนี้ฮันซังกุงจึงคิดแผนโค่นล้มชองซังกุง ซอจังกึมคิดว่าการที่ลิ้นของนางไม่สามารถรับรู้รสชาติอาหารนั้นอาจจะมาจากตอนที่ร่างกายนางเหน็บชาไปหมดทั้งตัวก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไปหมอหลวงเพื่อให้รับการรักษา กระทั่งพบว่าอาการของหยวนจื่อดีขึ้นเป็นลำดับ ซอจังกึมบอกอาการหมอหลวงว่าประสาทการรับรู้รสชาติของนางกำลังมีปัญหา
                        มินจุงโฮให้ซอจังกึมยืมตำราแพทย์ จากนั้นเตือนนางว่าอย่าได้ลองใช้สมุนไพรผิดๆถูกๆ เพราะอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ แชปันซุกมาหาโอดึมโฮหวังว่าโอดึมโฮจะช่วยให้แชซังกุงได้ตำแหน่งซังกุงชั้นสูง นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวล่วงรู้เจตนาของแชซังกุงเป็นอย่งดี ดังนั้นจึงบอกให้นางรอไปก่อน นางกำนัลข้างในถีเตี้ยว สั่งให้คนนำยาไปให้ชองซังกุง ชองซังกุงเองรู้ดีว่าเพราะเหตุใดนางกำนัลข้างในถีเตี้ยวจึงต้องการสละตำแหน่ง
                        ชองซังกุงทำของเสวยถวายพระเจ้าจุงจงด้วยตัวนางเอง จากนั้นนางก็ทูลพระเจ้าจุงจงถึงเจตนาที่นางเข้าเฝ้า ชองซังกุงทูลพระเจ้าจุงจงถึงเรื่องซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทรงปฏิเสธโดยต้องการให้เป็นธรรมกับทุกข้าง ชองซังกุงเห็นเช่นนั้นจึงทูลเสนอพระเจ้าจุงจงให้มีการแข่งขันชิงตำแหน่งซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทรงเห็นด้วยเพราะยุติธรรมดี นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวและฮันซังกุงโกรธมากเมื่อรู้เรื่องนี้ ชองซังกุงกล่าวกับฮันซังกุงว่าการแข่งขันในคราวนี้หวังว่าฮันซังกุงจะได้ตำแหน่งมาครอบครอง ฮันซังกุงไปวิงวอนจากซอจังกึมให้ช่วยนางรับมือกับการแข่งขันในคราวนี้ เพื่อให้ให้สมตามความตั้งอกตั้งใจของชองซังกุง ซอจังกึมกล่าวกับฮันซังกุงว่านางไม่สามารถช่วยได้เพราะเหตุว่าประสาทการรับรู้รสชาติของนางเสียไป ฮันซังกุงและซอจังกึมพากันออกไปหาหมอ     แต่นึกไม่ถึงว่ากลับไม่มีหมอคนใดสามารถรักษาให้ซอจังกึมได้ ฮันซังกุงให้กำลังใจซอจังกึมอย่าได้ท้อถอย    ก่อนที่จะกลับเข้าวังหลวง ฮันซังกุงไปตลาด จากนั้นได้ซื้อปลาจากพ่อค้าที่ตาบอดทั้งสองข้าง
 
                        ฮันซังกุงซื้อปลาจากพ่อค้าขายปลาซึ่งตาบอดทั้งสองข้าง นางสังเกตว่าพ่อค้าปลาใช้มือจับปลาอย่างชำนาญ สิ่งที่นางเห็น ทำให้นางนึกถึงซอจังกึมขึ้นมา โดยใช้วิธีการอื่นให้ซอจังกึมสามารถรับรู้รสชาติอาหารได้ อย่างน้อยเป็นการทดแทนประสาทการรับรู้รสชาติที่หายไป   ชองซังกุงต้องการให้แชซังกุงและฮันซังกุงเลือกนางกำนัลต้นเครื่อง เพื่อให้คอยเป็นลูกมือของพวกนางในการแข่งขัน แชซังกุงเลือกกึมยองเป็นลูกมือ ฮันซังกุงเลือกซอจังกึมเป็นลูกมือ
                        ซอจังกึมเกลี้ยกล่อมให้ฮันซังกุงเปลี่ยนความตั้งมั่น แต่ฮันซังกุงกลับตอบซอจังกึมไปว่านางสามารถทำให้ซอจังกึมกลับมารับรู้รสชาติได้ แต่ก็ต้องอาศัยซอจังกึม ฮันซังกุงเริ่มฝึกซอจังกึม โดยให้นางทำหม้อไฟกุ้ง แต่ไม่อนุญาตให้นางชิมอะไร ผลปรากฏว่ารสชาติที่ได้ออกมากลมกล่อม ฮันซังกุงกล่าวชมเชยซอจังกึม แชซังกุงนำตำราอาหารชั้นสูงให้กึมยองโดยให้นางฝึกฝนให้ดี
                        แชซังกุงพบว่ายองโนและชางยาพกกันเล่นอย่างสนุกสนานอยู่ภายในห้องพัก ดังนั้นจึงสั่งยองโนให้ไปพักอยู่ห้องเดียวกับเยินเซ็งและซอจังกึม โดยกำชับให้ยองโนจับตาดูการเคลื่อนไหวของซอจังกึมให้ดีแล้วมารายงานให้นางรู้ ความเชื่อของราษฎรมีว่าถ้าซีอิ๊วเสียแสดงว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น นึกไม่ถึงว่ารสชาติของซีอิ๊วในวัง รสชาติเปลี่ยนไปหมด ชองซังกุงสั่งให้แชซังกุงและฮันซังกุงสืบหาสาเหตุให้พบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร
                        แชซังกุงพากึมยองไปที่บ้านแชปันซุก โดยสอบถามถึงเรื่องเกลือที่ใช้ในวังหลวง แชปันซุกเปิดเผยว่าตนรู้เรื่องที่โอดึมโฮทุจริตเรื่องเกลือของราชสำนัก ฮันซังกุงและซอจังกึมได้พบกับดังดึ้กดูสองสามีเมีย   ดังดึ้กดูมอบเหล้าซึ่งผสมด้วยดอกไม้นานาชนิดให้ซอจังกึมเพื่อให้แสดงความขอบคุณนาง    ฮันซังกุงและซอจังกึมพบว่าเกลือและของต่างๆไม่มีปัญหาอะไร ต่อมาทั้งสองเห็นประชาชนพากันนำไหซีฮิ๊วไปฝังใต้ต้นไม้ เมื่อสอบถามประชาชนดูแล้วพบว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ซีอิ๊วรสฃาติดีขึ้น ในที่สุดซอจังกึมก็พบทางออก
 
                        แชซังกุงไม่รู้สาเหตุที่แป้งถั่วเหลืองเสียได้อย่างไร แต่ด้วยความกลัวว่าจะเสียหน้าจึงพูดออกไปว่านางรู้วิธีที่จะทำให้แป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีขึ้น ชองซังกุงไปตรวจครัวหลวง นางสอนเยินเซ็งให้รู้ว่าอย่างไรเรียกว่าเกลือชั้นดี ชางยากล่าวว่าเกลือในห้องครัวใดก็ไม่เหมือนเกลือในครัวหลวงที่ขาวสะอาด ชองซังกุงได้ยินเช่นนั้นจึงไปวิเคราะห์และพบว่าเกลือในห้องครัวอื่นเป็นเกลือชั้นเลว
                        แชซังกุงนำซีอิ๊วที่ทำจากแป้งถั่วเหลืองของประชาชนมาปรุงน้ำแกงนำขึ้นถวายพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงคิดว่าแป้งถั่วเหลืองก่อนๆมีรสชาติดีมากกว่านี้ ซอจังกึมพบว่าพบว่าในวังหลวงมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีมาก   ในที่สุดก็พบเหตุผลที่ทำให้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดี    ถ้าจะให้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองมีรสชาติดีต้องนำไหไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ จะช่วยให้หมักได้เร็วและมีรสชาติดี ฮันซังกุงสั่งให้ซอจังกึมใช้ซีอิ๊วแป้งถั่วเหลืองปรุงน้ำแกงถวายพระเจ้าจุงจง พระเจ้าจุงจงทรงล่วงรู้เรื่องซีอิ๊วแป้งถั่วเหลือง พระองค์ถึงกับทรงชมเชยว่าซอจังกึมมีความชำนาญมากเลยทีเดียว
                        ซอจังกึมไปหาชองอุนแป๊ด ขณะนั้นชองอุนแป๊ดกำลังค้นคว้าเรื่องการใช้เข็มผึ้งนำมาฝังเข็ม      ซอจังกึมยินดีเป็นหนูลองให้ชองอุนแป๊ด แต่กลับถูกปฏิเสธ มินจุงโฮล่วงรู้เรื่องนี้เข้า จึงให้กำลังใจซอจังกึม กล้าเผชิญกับความจริง มินจุงโฮนำตำราแพทย์มาให้ซอจังกึมยืมอ่าน ซอจังกึมรู้ว่ามินจุงโฮเขียนกลอนให้กำลังใจนาง ทำให้นางปลาบปลื้มใจเป็นอันมาก
                        กึมยองรู้ว่าฮันซังกุงไม่อนุญาตให้ซอจังกึมชิมอาหารเมื่อปรุงเสร็จ แต่กลับสอนให้ซอจังกึมใช้ความชำนาญในการปรุงรสโดยไม่ต้องชิม แชซังกุงล่วงรู้จากปากหมอหลวงว่าซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหาร แชซังกุงกล่าวกับชองซังกุงว่านางคิดว่าซอจังกึมจะได้รับชัยชนะในการแข่งขัน ในเวลาเดียวกันนางก็เปิดเผยเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหารให้ชองซังกุงรู้ด้วย ชองซังกุงทดสอบซอจังกึมว่าเป็นความจริงตามที่แชซังกุงบอกหรือเปล่า   เรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสชาติอาหารถูกเปิดเผย   แชซังกุงออกคำสั่งไม่ให้ซอจังกึมมาทำงานในครัวหลวงอีกต่อไป ฮันซังกุงออกหน้าปกป้องซอจังกึมโดยพนันกับแชซังกุงให้ซอจังกึมปรุงอาหารให้ทุกคนกิน และให้ทุกคนลงความมองว่ารสชาติดีหรือเปล่า
 
                        แชซังกุงพูดกับกึมยองถึงเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทรับรู้รสชาติอาหาร ดังนั้นซอจังกึมจึงฝึกฝนการปรุงอาหารโดยไม่ต้องชิม แชซังกุงบอกกึมยองว่าอย่าได้เสียเวลาอีกต่อไป ซอจังกึมขอร้องชองอุนแป๊ดให้ใช้เข็มผึ้งทดสอบฝังเข็มกับนาง ภายหลังที่ฝังเข็มไปแล้ว พบว่าที่ตัวซอจังกึมมีผื่นขึ้นเต็มไปหมด เพื่อให้ผลของการรักษา ซอจังกึมตัดสินใจไม่กินยา ดังดึ้กดูนำตับหมูมาให้ซอจังกึมที่วังหลวงโดยบอกกับนางว่าตับหมูมีสรรพคุณในการรักษาเรื่องการรับรู้รส ซอจังกึมพบว่าตับหมูขมมาก จากนั้นนางก็ถามดังดึ้กดูว่าเนื้อปลาวาฬเป็นอย่างไร ดังดึ้กดูตอบนางว่าเนื้อปลาวาฬมีลักษณะเหมือนกับเนื้อวัว
                        แชปันซุกนำวิธีการปรุงเนื้อปลาวาฬมอบให้แชซังกุง จากนั้นก็กล่าวต่อไปว่าโอดึมโฮเริ่มไม่พอใจชองซังกุงขึ้นมาแล้ว ซอจังกึม,กึมยอง,ชองซังกุงและฮันซังกุงแยกกันปรุงเนื้อปลาวาฬ พระเจ้าจุงจงทรงโปรดรสชาติอาหารของซอจังกึม ซอจังกึมลองปรุงอาหารขึ้นมา จากนั้นนางก็ชิมดูพบว่าประสาทการรับรู้รสของนางหายเป็นปกติแล้ว แชซังกุงไม่พอใจที่ซอจังกึมได้รับคำชมเชยจากพระเจ้าจุงจง แม้ว่าแชซังกุงจะยอมรับว่าพ่ายแพ้ก็ตาม แต่นางก็เปิดเผยเรื่องที่ซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รสให้ชองซังกุงรู้ ประสาทการรับรู้รสเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำอาหาร เมื่อซอจังกึมสูญเสียประสาทการรับรู้รส นางจึงไม่มีคุณสมบัติอยู่ในครัวหลวงอีกต่อไป สมควรจะไล่นางออกจากวังหลวง หากชองซังกุงไม่เชื่อจะทดสอบซอจังกึมดูก็ได้ ชองซังกุงได้ยินเช่นนั้นจึงรับปากตามคำขอของแชซังกุง
                        แชซังกุงจงใจกลั่นแกล้งซอจังกึมโดยให้นางชิมซีอิ๊วที่ทำจากกุ้งชนิดต่างๆกัน    นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมสามารถตอบได้ถูกต้องทุกชนิดโดยไม่ผิดเลย ซอจังกึมบอกกับทุกคนว่าประสาทการรับรู้รสของนางเป็นปกติดีแล้ว ชองซังกุงชมเชยซอจังกึมที่ไม่กลัวตายถึงได้กล้าใช้ตัวเองทดสอบถึงสาเหตุของโรคที่หยวนจื่อเป็น   ดังนั้นจึงไม่สมควรอย่างมากที่จะไล่ซอจังกึมออกจากวังหลวง แชซังกุงโกรธมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
                        ซอจังกึมไปขอบคุณชองอุนแป๊ด จากนั้นก็ขอบคุณมินจุงโฮที่คอยให้กำลังใจนาง ซอจังกึมทำอาหารเลี้ยงขอบคุณคนทั้งสอง กึมยองกล่าวกับซอจังกึมว่านางดีใจที่เห็นซอจังกึมหายเป็นปกติ จากนั้นก็กล่าวต่อไปว่าซอจังกึมเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด ซอจังกึมนำตำราแพทย์และอาหารไปให้มินจุงโฮ เพื่อให้แสดงให้มองว่านางหายเป็นปกติแล้ว
 
                        กึมยองกล่าวกับมินจุงโฮว่าระยะนี้นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ มินจุงโฮได้ยินเช่นนั้นจึงปลอบใจ นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวกราบทูลไทเฮาถึงเรื่องที่พระเจ้าจุงจงทรงก้าวก่ายการคัดเลือกซังกุงชั้นสูง พระเจ้าจุงจงทูลไทเฮาว่าการที่พระองค์ทรงเผ่านาข้องเกี่ยวนั้นเพราะต้องการได้คนที่มีความชำนาญมากที่สุด ไทเฮาทรงมีรับสั่งให้จัดการแข่งขันคัดเลือกซังกุงขึ้นโดยพระองค์จะทรงเป็นผู้ตัดสินคัดเลือก ภายหลังที่แชซังกุงรู้ว่าไทเฮาทรงเป็นผู้ตัดสินคัดเลือกแล้ว ยิ่งทำให้นางมั่นใจว่านางจะได้ตำแหน่งาครอบครอง เพราะนางเชื่อว่าไทเอาทรงเข้าข้างนางอย่างแน่ๆ
                        ซอจังกึมคิดว่าต้องหาวัตถุดิบใหม่ๆมาปรุงอาหาร ดังนั้นจึงไปขอให้ดังดึ้กดูช่วย นึกไม่ถึงว่าดังดึ้กดูได้รับคำสั่งจากพระเจ้าจุงจงไปที่อารามหลวงดูแลซังกุงที่เคยเป็นแม่นมพระองค์มาก่อน    ส่วนมินจุงโฮได้รับคำสั่งให้ไปสืบหาที่ซ่อนโสม และให้มีน้าที่พาหมอหลวงและดังดึ้กดูไปอารามหลวง ชองซังกุงประกาศว่าการคัดเลือกซังกุงชั้นสูงคราวนี้นั้น ไทเฮาทรงออกข้อสอบหนึ่งข้อโดยให้นำวัตถุดิบที่ราษฎรไม่กินกันนำมาทำเป็นวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร จะทำปรุงเป็นน้ำแกงหรืออาหารอื่นใดก็ได้ทั้งนั้น การที่ไทเฮาทรงออกข้อสอบเช่นนี้นั้นเพราะพระองค์ทรงอยากรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร
                        กึมยองใช้ครีบปลาดองเป็นวัตถุดิบ ส่วนซอจังกึมใช้บ๊วยดองเป็นวัตถุดิบ แต่นึกไม่ถึงว่าทั้งสองคิดใช้กระดูกวัวตุ๋นทำเป็นน้ำแกงด้วยกันทั้งคู่ แต่ตลาดกลับไม่มีกระดูกวัวขาย กึมยองต้องการได้กระดูกวัว และมีเวลาพอที่จะตุ๋นน้ำแกง ดังนั้นจึงไปที่ร้านชำและเนื้อวัว ซอจังกึมต้องการได้วัตถุดิบที่ดี ดังนั้นจึงตัดสินใจรอจนถึงวันรุ่งขึ้นค่อยกลับวังหลวง   ซอจังกึมกลับไม่เป็นห่วงเรื่องเวลาในการตุ๋นน้ำแกง      เพราะว่านางมีวิธีการที่สามารถฃดเชยเวลาที่สูญเสียไป ดังนั้นจึงบอกให้ฮันซังกุงไม่ต้องกลุ้มใจเรื่องนี้
                        ไทเฮาทรงมีความมองว่าอาหารทั้งสองชนิดสูสีกันมาก ภายหลังที่ไทเฮาทรงชิมน้ำแกงที่ตุ๋นจากกระดูกวัวแล้ว ก็ตัดสินให้แชซังกุงชนะเลิศในการแข่งขันรอบแรกนี้ ฮันซังกุงสอนซอจังกึม ที่แท้ขณะที่ตุ๋นกระดูกวัวนั้น ซอจังกึมได้ใส่นมวัวลงไปด้วย ฮันซังกุงกล่าวว่าเนื่องจากว่าซอจังกึมต้องการชนะจึงลืมกฏที่ตั้งไว้ ดังนั้นจึงสั่งให้ซอจังกึมไปปฏิบัติแม่นมหลวงซึ่งเคยเลี้ยงดูฮ่องเต้มาก่อน โดยไม่ให้นางเป็นผู้ช่วยอีกต่อไป

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 34

ทหารญี่ปุ่นมาจับตัวล่ามยู สร้างความตกอกตกใจให้กับซ๊อกรันและฮวางจองเป็นอย่างมาก

“พ่อคะ นี่มันเรื่องอะไรคะ?”

“พ่อไม่รู้ พ่อ ก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องอะไร?” ล่ามยูกล่าวอย่างเป็นตื่นตระหนก

“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่” ซ๊อกรันหันไปถามทหาร

“ข้อหาบงการการลอบฆ่าผู้ลงนามสนธิสัญญา ระหว่างโชซอนกับญี่ปุ่น”

“ลอบฆ่า?” ซ๊อกรันใจหายกับข้อหาหนัก

“ถูกต้อง ลอบฆ่า”

“เจ้ามีหลักฐานอะไร?” ฮวางจองถามขึ้น

“หลักฐานเหรอ ต้องไปถามรัฐบาลรักษาการเพราะว่าข้าเป็นทหารแค่…ทำตามคำสั่งแค่นั้นไปได้” ทหารนำตัวล่ามยูไป ซ๊อกรันถึงกับน้ำตาคลอ “ท่านพ่อ”

“พวกเจ้าจะถูกสวรรค์ลงโทษ” ฮวางจองเจ็บใจ

“ไหนลองร้องแหกปากอีกทีสิ” ทหารเยาะเย้ย

“มายึดครองประเทศคนอื่นก็เกินพอแล้ว ยังมารังแกประชาชนจะไม่ถูกลงโทษได้ยังไง พวกเจ้าเป็นใครกัน ถึงได้เหิมเกริมมารังแกประชาชนในประเทศคนอื่นเค้าอย่างงี้” ฮวางจองหมดความอดทน ระเบิดออกมา

“แพทย์ฮวาง” ซ๊อกรันตกอกตกใจกับอารมณ์ที่พุ่งพล่านของฮวางจอง

“ย๊ากกก” ทหารเข้ารังควานฮวางจองที่เผ่านาขวาง “ฮะ ๆ ๆ อ๊า เจ้าเป็น…หมอส่วนตัวของพระราชาสินะ พวกเจ้าระวังตัวไว้ให้ดี อย่ามาแส่กับธุระของพวกข้าอีก ไม่มีประโยชน์หรอก ไปได้”ทหารนำจับกุมล่ามยูไป ซ๊อกรันได้แต่ร้องไห้ ไม่รู้จะช่วยพ่ออย่างไร “ท่านพ่อคะ”

“ใต้เท้ายู ข้าต้องช่วยท่านออกมาให้ได้ ข้าต้องช่วยให้ได้”

“เจ้ากลับไปอยู่เป็นเพื่อให้นแม่ รีบกลับไปเร็วเข้า แพทย์ฮวาง ช่วยไปบอกข่าว เพื่อให้น ๆ ของข้าด้วยนะ” ล่ามยูตะโกนบอกบุตรสาว

“ท่านพ่อคะ ๆ ๆ ๆ ฮือ…”

ซ๊อกรันนำเรื่องที่ล่ามยูถูกญี่ปุ่นจับตัวไปข้อหาบงการการลอบฆ่าผู้ลงนามในสัญญาระหว่างโชซอนและญี่ปุ่นมาบอกแม่ แม่ซ๊อกรันถึงกับเป็นลม

“ท่านแม่ คราวนี้มันเป็นคราวเคราะห์อะไรกันละเนี่ย พวกมันว่าพ่อของเจ้าทำผิดอะไร โอ๊ย ไอ้เจ้าพวกบ้า ทำไมพวกมันถึงต้องมาจับพ่อของเจ้าไปด้วยห๊ะ? โธ่เอ๊ย ท่านพี่คะ โอ๊ย พูดอะไรบ้างสิ แพทย์ฮวาง เจ้าก็พูดอะไรบ้างสิ?”

“ท่านป้าครับ ตอนนี้ท่านใจเย็นก่อน ข้าจะหาวิธีไปสืบมาให้ได้” ฮวางจองรีบปลอบใจ

“ไปสืบเหรอ เค้าถูกจับไปแล้วยังจะสืบอะไรอีก โอ๊ย จะทำยังไง พวกเค้าต้องไม่ปล่อยท่านพี่ไว้แน่ โอ๊ย…” แม่ซ๊อกรันร้องห่มร้องไห้

“ไม่ว่าต้องใช้วิธีอะไร ข้าต้องหาทางช่วยใต้เท้าให้ได้” ฮวางจองให้สัญญา

“ใช่ค่ะท่านแม่ เราต้องทำให้ได้”

“โธ่เอ๊ย ท่านพี่คะ โธ่” แม่ซ๊อกรันยังคร่ำครวญ

“แพทย์ยู ข้าคงต้องรีบไปบอกข่าวนี้กับ เพื่อให้นใต้เท้ายูก่อน”

“เพื่อให้นของท่านพ่อ เป็นใครเหรอ?” ซ๊อกรันเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ

“ขอโทษด้วยครับ ไว้ข้าจะบอกท่านทีหลัง ก่อนอื่นแพทย์ยูต้องช่วยดูแลท่านป้าให้ดี ข้าต้องไปก่อนนะ” ฮวางจองบอกก่อนจะรีบไป

“แพทย์ฮวาง ท่านจะไปหาใครเหรอคะ แล้วเพื่อให้นของท่านพ่อ…เป็นใครเหรอ?” ซ๊อกรันตามมาถามเพราะคาใจกับคำพูดที่เป็นปริศนาของ ฮวางจอง

“คือว่า…” ฮวางจองอ้ำอึ้ง

“เมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ พ่อข้าได้ซื้อปืนเผ่านา ท่านพ่อไปร่วมกับกลุ่มของมือฆ่า…ใช่รึเปล่าคะ? แพทย์ฮวาง” ซ๊อกรันจ้องหน้า คาดคั้น

ฮวางจองอึ้งไป ก่อนจะยอมรับ “เป็นความจริงครับ แล้วคนที่ส่งไปเป็นนักฆ่าในคราวนี้ ก็เป็นคนที่แพทย์ยูรู้จักด้วย”

ซ๊อกรันตาโต “เป็นใครเหรอ”

“จองโพโกไงครับ เพราะแบบงี้คราวก่อนจึงต้องให้รักษาตัวในเจจุงวอนลับ ๆ”

“ถ้างั้น จะช่วยท่านพ่อออกมาคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่”

“แพทย์ยู เอาเป็นว่าอะไรที่เป็นหลักฐาน เราจำเป็นจะต้องทำลายทิ้งให้หมด ตอนนี้ข้าจะลองไปสืบเรื่องทางจองโพโกดูก่อน ท่านอย่าให้เหลือเอกสารอยู่ในบ้านเด็ดขาด เข้าใจรึเปล่าครับ?”

“ค่ะ ท่านระวังตัวด้วยนะคะ” ซ๊อกรันจับมือฮวางจองมากุมไว้อย่างเป็นห่วง

“ครับ”

ขณะที่โพโกกำลังฝึกกองกำลังอยู่นั้น ฮวางจองก็มาส่งข่าวเรื่องล่ามยู

“หัวหน้าถูกจับตัวไปเหรอครับ?” โพโกสะดุ้งมาก

“ครับ”

“ใกล้จะถึงวันลงมือ แต่ดันเกิดเหตุแบบงี้ได้” โพโกครุ่นคิด

“การอยู่ที่นี่ต่อ คงจะอันตรายจนเกินไป” ฮวางจองประเมินสภาวะ

“พวกข้าคงต้องย้ายกำลังไปจากที่นี่ก่อน” โพโกบอก ตรงเวลาเดียวกับมีเสียงโวยวายว่ามีผู้บุกรุกเผ่านาในสถานที่ตั้งกองกำลัง

ทหารญี่ปุ่นส่งคนเผ่านาเพื่อให้ฆ่าโพโก โพโกพยายามต่อสู้เพื่อให้รักษาชีวิตตนเองไว้ แต่ด้วยกำลังที่มีมากกว่า โพโกเสียทีถูกทหารญี่ปุ่นรังแกจนได้

“จองโพโก อึ้ย ๆ ท่านยังไหวรึเปล่า?”

“โอย…แค่ก ๆ ๆ แฮ่ก ๆ ถึงแพทย์   ฮวางจะเป็นหมอเก่งขนาดไหน คราวนี้ก็ช่วยข้าไม่ได้แค่ก ๆ ๆ” โพโกเจ็บหนัก เหมือนจะรู้ชะตากรรมตัวเอง

“อย่าพึ่งพูดอะไร ข้าต้องช่วยให้ได้ ข้าจะช่วยท่านให้ได้”

“ข้าต้องขอบคุณในความห่วงใย แต่ข้าเสียใจ ทัพคนรักชาติยังไม่ทันได้มี…แค่ก… โอกาสสู้กับญี่ปุ่น ข้าก็ต้องมาตายซะก่อน แต่ยังมีโอกาสได้ชดใช้หนี้ให้คุณก่อนตายก็ยังดี” โพโกพยายามพูด แต่น้ำเสียงแผ่วลงทุกที

“หมายความว่ายังไง ท่านติดหนี้อะไรข้าเหรอ?” ฮวางจองรีบถามขึ้น

“ฮะ ๆ ๆ สมกับเป็นท่านจริง ๆ สหาย ฮวาง โอย…ช่วยหยิบไอ้นี่ออกมาให้ที ช่วยเอา ไปมอบให้ใต้เท้ายูด้วย” โพโกยื่นของบางสิ่งให้ฮวางจอง “แพทย์ฮวาง ทัพคนรักชาติทั่วประเทศ จะร่วมกอบกู้ชาติด้วยกัน นี่เป็นรายชื่อของผู้นำกลุ่มที่อยู่ในแต่ละท้องที่ ข้าฝากท่านช่วยเอาไปให้กับแม่ทัพฮอวีด้วยนะ”

“แม่ทัพฮอวีเหรอ”

“ท่านต้องเอาไปส่งให้เองถึงมือเค้า เข้าใจมั้ย” โพโกย้ำ

“ข้าจะไปส่งให้ถึงมือ”

“ไปหาใต้เท้าให้เจอนะ”

“ข้าจะไปหาเค้าเอง” ฮวางจองรับปาก

“เฮ้อ ๆ ๆ หนาวมาก ข้าอยากเห็นฤดูใบไม้ผลิจัง” โพโกเริ่มเพ้อ

“ไปเถอะ ไปอย่างสงบ” ฮวางจองเห็นอาการของโพโกรวมทั้งรู้ว่าไม่รอด ไม่นานโพโกก็จากไปอย่างสงบ

หลังจากได้วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้ามา โดยังก็เริ่มผลิตวัคซีน

“เชื้อโรคพิษสุนัขบ้าร้ายแรงเกินไป จึงไม่สามารถฉีดเข้าตัวคนได้โดยตรง จึงต้องใช้วิธีฉีดให้กระต่ายในปริมาณน้อย แล้วทิ้งไว้หนึ่งวัน จากนั้นค่อยดูดไขกระดูกสันหลังกระต่ายออกมา ทุก ๆ วันจะถูกฉีดให้กับกระต่ายไม่ซ้ำตัว แล้วดูดไขกระดูกมาเก็บไว้แบบงี้ครับ”

“เก็บรักษาแบบงี้ ก็สามารถใช้ได้แล้ว เหรอ?” เอวิสันถาม

“แค่นี้ก็พอครับ”

“แล้วต้องทิ้งไว้นานเท่าไหร่ ถึงจะเอาไปฉีดได้”

“ต้อง 21 วันค่ะ หลังจาก 21 วันถึงจะไม่มีผลข้างเคียงค่ะ” นาโอโกะบอก

“ครับ ดังนั้นการทำวัคซีนจำเป็นต้องทำทุกวันโดยไม่หยุด” โดยังพูดเสริม

“และเราต้องใช้กระต่ายตัวใหม่ทุกวัน”

“อย่างงี้ผมพอจะเข้าใจแล้ว” เอวิสันยิ้มออกมา

มองชงเดินเผ่านาบอก “เอ่อ แพทย์เบ๊กครับ รีบออกไปดูข้างนอกเถอะ มีคนจากโรงพยาบาลฮันซองมา”

โดยังตกอกตกใจ เป็นห่วงนาโอโกะมาก “หะ นาโอโกะ คุณรออยู่ที่นี่ก่อนนะ” พูดจบโดยังก็รีบออกไป

โดยังออกมาก็พบกับคิมโทนซึ่งรออยู่ “แพทย์เบ๊ก ท่านอยู่ที่นี่เองเหรอ?”

“มีเรื่องอะไรหา?”

“ผมมาหาคุณหนูนาโอโกะ” คิมโทนบอก

โดยังมองอย่างไม่ไว้วางใจ “หึ นาโอโกะไม่มีทางยอมไปกับเจ้าหรอก เจ้ากลับไปซะเถอะ”

“ผมต้องการพบคุณหนูนาโอโกะ ผมต้องถามคุณหนูด้วยตัวเอง”

“ถ้าไม่ให้ล่ะ” โดยังหรี่ตาถามลองเชิง

“ฮะ ๆ ๆ จริงเหรอ คุณคิดจะลักพาตัวบุตรสาวรัฐมนตรีของญี่ปุ่นใช่มั้ย?” คิมโทนกล่าวอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

“ลักพาตัว?”

“ถ้าไม่ยอมส่งตัวคุณหนูนาโอโกะ ผมจะฟ้องรัฐบาลรักษาการ เพื่อให้ให้เผ่านาจัดการกับเรื่องนี้เอง” คิมโทนขู่

“แต่ที่นี่เป็นเขตเช่าของอเมริกา” โดยังบอก

“นั่นแหละใจความสำคัญของผม เพราะทางสถานทูตคงจำเป็นที่จะต้องเอาเรื่องนี้ไปกราบทูลพระราชาโชซอนว่าท่านลักพาตัวคุณ คราวนี้รับรองสนุกแน่”

นาโอโกะซึ่งฟังอยู่ ไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะตนเอง จึงปรากฏตัวออกมา “พอใช้ได้แล้ว ฉันจะไปกับคุณเอง”