SECRET GARDEN เสกฉันให้เป็นเธอ

คิม จูวอน ผู้บริหารชายหนุ่มสุดแสนไฮโซและบริบูรณ์แบบ เขาไม่เคยประทับใจผู้หญิงคนไหนเลย จนกระทั่งเกิดเหตุราววุ่นวายขึ้นกับ ออสก้า หรือ แช อูยอง ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้เป็นถึงดาราและนักร้องชื่อดัง เป็นเหตุให้ จูวอน ต้องเผ่านาแก้ปัญหายก้สาวระหว่าง ออสก้า กับผู้แสดงหญิงที่ขู่จะแฉความข้องเกี่ยวของคุณกับ ออสก้า จูวอน จึงไปที่กองถ่ายละครที่ผู้แสดงหญิงคนนั้นเล่นเป็นนางเอก และได้พบกับ กิล ราอิม สตันต์หญิงคนสวย ดังต้องมนต์สะกด เขาเกิดความประทับใจในตัวคุณ พร้อมกับยังเข้าใจผิดคิดว่า กิล ราอิม เป็นนางเอกสาวคนที่มีปัญหากับออสก้า เขาจึงพา กิล ราอิม ไปพบกับ ออสก้า โดยไม่รู้ว่าคุณเป็นแฟนคลับตัวยงของออสก้า สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับ กิล ราอิม เป็นอย่างมากที่ทำให้คุณได้พบกับ ออสก้า ดาราในดวงใจ หลังจากนั้น จูวอน ก็เริ่มมาปั่นป่วนกวนใจ กิล ราอิม ที่กองถ่ายเสมอ โดยมีผู้กำกับคิวบู๊ อิม จองซู คอยแอบมองอยู่ด้วยความห่วงใย เพราะผู้กำกับเองก็รู้สึกชอบ กิล ราอิม อยู่เหมือนกัน

วันหนึ่ง ออสก้า ต้องไปถ่ายทำมิวสิควิดีโอ ที่เกาะเชจู โดยมีทีมงานสตั๊นท์ของ กิล ราอิม ร่วมไปด้วย ในตอนแรก กิล ราอิม ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปด้วย แต่คุณก็พยายามแทรกซึมเข้าไปในฐานะแฟนคลับของ ออสก้า จนได้ไปร่วมในการถ่ายทำมิวสิควิดีโอคราวนี้ โดยผู้กำกับมิวสิควิดีโอคราวนี้คือ ยูนชอล คนรักเก่าของ ออสก้า ที่ทิ้ง ออสก้า ไปด้วยวามรู้ความเข้าใจผิด ด้วยความลำบากใจคุณจึงตั้งมั่นที่จะกลับมาแก้แค้น ออสก้า อย่างสาสม นอกจากนั้นคุณยังเคยนัดบอดกับ จูวอน ด้วย แต่ จูวอน กลับไม่สนใจคุณเลยแม้แต่นิดเดียว มิหนำซ้ำคุณยังเคยมีเรื่องกับกับ กิล ราอิม อีกด้วย

จูวอน ตามไปที่เกาะเชจู ด้วย เพราะไม่อยากให้ ออสก้า และ กิล ราอิม ใกล้ชิดกัน จูวอน ท้าแข่งจักรยานกับ ออสก้า โดยถ้าใครแพ้จึงควรเลิกยุ่งกับ กิล ราอิม โดยที่ กิล ราอิม ไม่รู้ว่าตนคือต้นเหตุของการแข่งขัน จึงร่วมด้วย โดยขับตามพวกเขาทั้ง 2 ไป แต่ดันเกิดอุบัติเหตุอะไรบางอย่างที่ทำให้ กิล ราอิม หลงทางกับ ออสก้า และ จูวอน จูวอน เห็นท่าไม่ดี จึงตามหา กิล ราอิม จนทำให้ทั้งคู่หลงเข้าไปในป่าแห่งเวทย์มนตร์ และได้เจอกับคุณป้าจอมขมังเวทย์ ที่มอบขวดน้ำวิเศษให้กับทั้งคู่ เมื่อทั้งคู่ดื่มน้ำวิเศษนั้นเข้าไปก็เกิดเหตุราวมหัศจรรย์ขึ้น โดยพวกเขาสลับร่างกัน จนเกิดเหตุราวเพี้ยนๆ ขึ้นอย่างมาก กิล ราอิม ต้องไปทำงานที่บริษัทในตำแหน่งประธานบริหารแทน จูวอน จนทำให้ทุกคนแปลกใจเพราะเขาสามารถขึ้นลิฟต์ของบริษัทได้ เพราะ ถ้าเป็น จูวอน ตัวจริงแล้ว เขาจะเป็นคนกลัวลิฟต์ ส่วน จูวอน ในร่างของกิล ราอิม เองก็ต้องมาเป็นสตันต์หญิงและมีพฤติกรรมแปลกๆ กับเพื่อให้นๆ เช่นกัน และเมื่อ จูวอน ในร่างของ กิล ราอิม รู้ว่า ผู้กำกับ จองซู หลงรัก กิล ราอิม อยู่ เขาจึงใช้โอกาสนี้บอกกับผู้กำกับ จองซู ว่าไม่ให้บอกความรู้สึกที่ผู้กำกับมีกับ กิล ราอิม เด็ดขาด ให้เขาเก็บความรู้สึกนั้นไว้ตลอดไป ผลจากการที่ทั้ง 2 คน ต้องสลับร่างกัน ทำให้ทั้งคู่เกิดความผูกพัน จนเกิดเป็นความรู้สึกที่ดีให้แก่กันและกัน จนกระทั่งวันที่พวกเขาสามารถสลับร่างคืนกันได้ในวันที่ฝนตก

เมื่อแม่ของ จูวอน รู้เรื่องราวทั้งหมด คุณพยายามที่จะขัดขวางทุกวิถีทาง ไม่ให้พวกเขาคบหากัน เพราะความต่างระหว่างฐานะ แต่ก็ไม่สามารถห้ามหัวใจของทั้ง 2 ไว้ได้ และแล้วทั้ง 2 ก็เกิดการสลับร่างกันอีกที ซึ่งกลับยิ่งทำให้ทั้งคู่ยิ่งผูกพันกันมากขึ้น วันที่ กิล ราอิม ต้องเข้าทดสอบเพื่อให้คัดเลือกเป็นตัวแทนดาราหนังภาพยนตร์จากต่างประเทศ วันนั้นเกิดฝนตกจนทำให้พวกเขาสลับคืนร่างกัน แต่ในขณะที่คืนร่างนั้น จูวอน ดันติดอยู่ในลิฟต์ จึงทำให้เขาเกิดอาการกลัวลิฟต์จนเกือบปางตาย เมื่อ กิล ราอิม รู้อย่างนั้น คุณจึงทิ้งการคัดเลือกผู้แสดงนั้นและมาช่วยเขา แต่ในที่สุดเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไป จูวอน ก็สามารถช่วยให้คุณผ่านการคัดเลือกผู้แสดงจนได้เช่นกัน

แม่ของจูวอน ได้พบกับ กิล ราอิม ที่หลุมศพของพ่อของคุณ ทำให้คุณรู้ว่า กิล ราอิม คือบุตรสาวของนักดับเพลิงที่เคยช่วยเหลือ จูวอน จากเหตุไฟไหม้ในลิฟต์ จนทำให้ จูวอน เป็นคนกลัวลิฟต์มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถึงกระนั้นคุณเองก็ยังไม่อยากให้ กิล ราอิม มาเป็นลูกสะใภ้อยู่ดี แต่ถึงอย่างไรก็ตามทั้งคู่ก็ยังรับรองที่จะคบกันต่อไป

ในการถ่ายทำภาพยนตร์ กิล ราอิม เกิดอุบัติเหตุ จนทำให้คุณแปลงเป็นเจ้าหญิงนิทรา จูวอน เสียใจมาก เขาจึงตัดสินใจ พา กิล ราอิม ไปยังที่ทางที่มีพยากรณ์ว่าจะเกิดฝนตก เพื่อให้ให้พวกเขาสลับร่างกันอีกที จนเมื่อ กิล ราอิม ฟื้นขึ้นมา ทำให้คุณรู้ว่า จูวอน นั้นรักคุณมากเพียงใด เรื่องราวความรักสลับร่างที่ยอมแลกได้แม้กระทั่งชีวิตของพวกเขาจะลงเอยอย่างไร ? พวกเขาจะกลับมารักกันเหมือนเดิมได้ไหม ? ติดตามได้ใน “SECRET GARDEN เสกฉันให้เป็นคุณ” (SECRET GARDEN)

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 10.4

แทกิลถึงกับตกตะลึงเมื่อรู้ว่าชายที่ยืนตรงหน้า คือ พี่ชายต่างพ่อ  เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทั้งตนและทาสสาวออนยอนล้วนมีความเกี่ยวดองทางสายเลือดกับทาสคึนนอมด้วยกันทั้งคู่… แม่ของคึนนอมเป็นทาส คุณตั้งท้องกับพ่อแทกิลแล้วให้กำเนิดคึนนอม ก่อนที่จะแต่งงานกับทาสอีกคนแล้วคลอดออนยอนออกมา  

หลังทาสคึนนอมพยายามร้องขอชีวิตออนยอนกับพ่อแทกิลในฐานะลูกคนหนึ่ง แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี (ไม่ยอมไว้ชีวิตออนยอน และไม่ยอมรับว่าเป็นลูก) เขาจึงก่อเหตุอันน่าเศร้าสลดด้วยความโกรธแค้น และนั่นก็เป็นทางเดียวที่จะช่วยชีวิตน้องสาวต่างบิดาได้

คิม ซงฮวานหรืออดีตทาสคึนนอมบอกกับแทกิลว่า วันนั้นชายที่เขาฆ่าไม่ใช่พ่อแทกิล แต่เป็นพ่อของเขาเอง!!

แทกิลพุ่งเข้าหาคิม ซงฮวาน แล้วใช้ดาบสั้นจ่อคอเขาอีกที… คิม ซงฮวานถามแทงใจดำแทกิลว่า เขายังรักออนยอนอยู่ใช่ไหม เมื่อเห็นแทกิลแสดงสีหน้าเจ็บปวดใจ คิม ซงฮวานจึงบอกให้เขาตัดใจจากคุณเสีย แทกิลน้ำตาคลอเบ้าแต่ยังแสดงทีท่าข่มขู่ คิม ซงฮวาจึงพูดต่อว่า "ออนยอนแต่งงานแล้ว…กับอดีตครูฝึกซง แทฮา"  

แทกิลได้ยินแล้วหัวใจสลาย น้ำตาไหลพราก และหมดเรี่ยวแรงจนมือที่ถือดาบตกลงข้างลำตัว…เขานึกถึงวันที่ซัดมีดสั้นใส่ผู้หญิงชุดขาวที่อยู่บนหลังม้ากับแทฮา…ที่แท้ทาสสาวออนยอน คนรักที่เขาออกตามหามาตลอดสิบปี ก็หนีไปกับทาสที่เขากำลังตามไล่ล่าโดยมีชีวิตเป็นพนัน  แทกิลเอ่ยชื่อ 'ซง แทฮา' แล้วถามคิม ซงฮวานอีกรอบว่า   ชื่อที่เขาเอ๋ยถึงเมื่อสักครู่นี้ คือ  'ซง แทฮา' ใช่ไหม

คิม ซงฮวาน กล่าวต่อว่า วันนั้นออนยอนไม่ต้องการหลบหนี คุณยืนกรานว่าจะขอตายภายในบ้านของแทกิล แต่เขาเป็นคนลากตัวคุณออกมาเอง ออนยอนไม่ได้ความทำผิดอะไรเลย ถ้าจะผิดก็ผิดที่ (บังอาจ) หลงรักแทกิล

แทกิลแทบไม่ได้ยินเรื่องที่คิม ซงฮวานพูด ใจของเขานึกถึงแต่ทาสสาวออนยอน เขาถามอย่างเลื่อนลอยว่า 'ออนยอนแต่งงานกับซง แทฮาแล้วเหรอ'… คิม ซงฮวาน ต้องการปกป้องน้องสาวจึงกล่าวย้ำว่าตนเป็นคนผิด หากแทกิลรักออนยอนจริงก็อย่าออกตามหาคุณอีกเลย  และเพื่อให้ให้ความแค้นระหว่างเขากับแทกิลยุติลง   คิม ซงฮวานจึงจับดาบสั้นในมือแทกิลมาแทงที่ท้องตนเอง ก่อนที่จะเรียกแทกิลว่า 'น้องชาย'  เป็นนัดแรกและครั้งสุดท้าย

แทกิลหัวเราะทั้งน้ำตา เขารำพึงรำพันถึงทาสสาวออนยอนด้วยความเจ็บปวดใจว่า ผู้ชายมีตั้งเยอะแยะทำไมถึงเลือกทาสหลบหนี แล้วทำไมต้องเป็นซง แทฮา  เมื่อมองว่า คิม ซงฮวานสิ้นใจตายแล้ว แทกิลก็ยิ่งเจ็บแค้นและเสียใจในขณะเดียวกัน เขาเขย่าร่างอดีตทาสที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายต่างมารดาพลางร่ำไห้อย่างน่าเวทนา แล้วร้องบอกว่าใครอนุญาตให้ฆ่าตัวตาย 

เมื่อเห็นแทกิลทรุดนั่งด้วยหัวใจที่บอบช้ำ ซอลฮวาซึ่งรู้เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดก็รู้สึกปวดใจเช่นกัน คุณทั้งสงสารและเห็นอกเห็นใจแทกิล จึงเดินมาคุกเข่าเงียบๆ ข้างกายเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า แล้วกุมมือที่เปื้อนเลือดของแทกิลขึ้นมา

พลิกชะตาท้าหัวใจระห่ำ

พระเอก(รึเปล่า) ผมทอง ขี่มอไซวิบากในงานวัด
แล้วไปหานางเอก(อีวา มานเดส คนละตินที่หน้าคมในเรื่อง the fast)
แล้วคุณบอกว่ามีแฟนใหม่แล้ว พอไปบ้านเจอแม่คุณอุ้มลูก บอกว่าลูกของเขา
พระเอกเลยอยากหาเงินเลี้ยงลูก ลาออก แล้วไปหางานอู่รถเล็กๆทำ
เจ้าของอู่บอกว่า ปล้นธนาคารสิ ขี่รถแล้วมาเข้ารถตู้ที่เขาจอดรอ
พระเอกไม่เอา แต่ก็ลองดู แล้วปล้นได้สำเร็จ 4-5 หน
ซื้อเตียงเด็กให้เมียเก่า ผัวใหม่นิโกรเห็น มาว่า เลยชกกัน
พระเอกโดนจับข้อหาชกต่อย ประกันตัวได้ แล้วจะปล้นอีก
เจ้าของอู่ห้าม ก็ไม่เชื่อ ไปแล้วตำรวจตาม วิ่งเข้าบ้านคน
โทรหาเมียเก่า ตำรวจบุกเข้าไปยิงมันตกหน้าต่างตาย
    ทีนี้ เรื่องก็ดำเนินตามตำรวจคนนั้น พอยิงพระเอกตายก็ได้เป็นฮีโร่
เพื่อให้นๆเขาเข้าไปบ้านเมียไปเอาถุงเงินที่เขาพระเอกที่ตายฝากให้ลูก
แล้วเพื่อให้นๆยกให้ตำรวจคนนั้นไป เขารู้สึกผิดเอาไปให้เมียพระเอก คุณไม่รับ
เอาไปให้หัวหน้า ก็ไม่รับ เพื่อให้นจะให้ลักของกลางโคเคนไปให้อีก
เลยบอกพ่อที่เป็นอัยการเขต จับเพื่อให้นๆตำรวจ ดังอีกรอบ
   15 ปีผ่านไป ลูกทั้ง 2 โตมา เป็นเพื่อให้นกัน ปาร์ตี้ยาแล้วโดนจับ ตำรวจนั้นได้เป็นอัยการช่วยให้พ้นผิด
แล้วรู้ว่าเด็กนั้นเป็นลูกคนที่ตนยิงตาย ห้ามลูกไปยุ่ง
แล้วลูกพระเอกก็ไปสืบ ได้ชื่อพ่อตน ไปหาเจ้าของอู่รถ เค้าให้แว่นกันแดดของพ่อ
แล้วลูกพระเอกไปบุกบ้านอัยการ ขู่ลูก แล้วจี้อัยการขับรถไปกลางป่า
เอาปืนจ่อ เขาร้องได้ ขอโทษ แล้วลูกพระเอกเอากระเป๋าเงินไป ขับรถไป
   ตัดฉากมา อัยการชนะเลือกตั้งได้เป็นอัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก
ลูกพระเอกเจอรูปโพลารอยพ่อแม่ลูกในกระเป๋าอัยการเลยส่งจดหมายให้แม่
แล้วไปซื้อรถมอเตอร์ไซด์ต่อจากคนนึง 500$ ขับไป  จบ

ผมให้ CCC   เสียเวลาดู ไม่น่าเก็บ
คนฝรั่งตามเวปโหวตว่าหนังดี
ภาพไม่สวย เสียงงั้นๆ ทุนต่ำ พากย์ไทยพันธมิตร
หนังแบ่งเวลาออกเป็น 3 ส่วน 1 พระเอก 2 ตำรวจ  3 ลูก

Marianne (มารียาน)

เรื่องย่อ Marianne : เอ็มม่า ลาห์ซิมง นักเขียนนิยาย ผู้โด่งดังจากการเขียนเรื่องสยองขวัญที่ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ แล้วเรื่องที่คุณเขียนมาทั้งหมด ไม่ใช่จินตนาการลอยๆ ที่คุณคิดไปเอง แต่เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับคุณเมื่อสมัยวัยรุ่น โดย Marianne หรือมารียาน จะมาเข้าฝันเอ็มม่าในทุก ๆ คืน ทำให้คุณฝันร้าย จนในที่สุดเอ็มม่าก็ปิ๊งไอเดียว่าควรนำเรื่องนี้มาเขียนหนังสือ ซึ่งในระหว่างการเขียนนั้น ฝันร้ายเกี่ยวกับมารียานก็ค่อยๆ หายไป เหมือนวิญญาณร้ายนี้จะพอใจใส่สิ่งที่เอ็มม่าสื่อสารผ่านตัวหนังสือ โดยมีตัวละครที่เอ็มม่าตั้งชื่อว่า ‘ลิซซี่ ลาล์ก’ (Lizzie Larck) ฮีโร่ผู้เผ่านาปราบมารียานได้สำเร็จ 

Marianne (คลิกรับชมผ่าน Netflix ได้ที่นี่)

ตัวอย่างหนัง Marianne (มารียาน) ซับไทย Netflix

“เมื่อตัวละครในนิยายที่เราเขียน กลับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ และดันเป็นนิยาย ‘ปิศาจ’ ที่ไม่ยอมให้เราหยุดเขียน!”

อย่างที่เราเกริ่นนำไปพื้นฐาน ว่าเรื่องเกิดจากการเขียนนิยายของเอ็มม่า ซึ่งก็แลดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไรซับซ้อน แต่เรื่องกลับไม่จบแค่นั้น เมื่อคุณพบว่า เริ่มมีสิ่งแปลกๆ ตอนที่กำลังโปรโมทหนังสือภาคปิดฉากเกี่ยวกับมารียานนี้ เกิดขึ้นที่บ้านเกิดของคุณ พร้อมกับ ‘แคโรไลน์’ เพื่อให้นคุณในสมัยเรียนมาที่งานเปิดตัวหนังสือ และเริ่มมีท่าทีแปลกๆ พร้อมกับมอบสิ่งของที่เหมือนกับในนิยายที่คุณเขียนเป๊ะ! นั่นก็คือ ‘เครื่องรางปิศาจ’ ซึ่งมีลักษณะเป็นถุงหนังมัดเชือก และมีฟันเน่าๆ อยู่ในถุง! ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อมาจากนี้ เป็นเรื่องของการ ‘ค้นหาความจริง’ ล้วนๆ ซึ่งเริ่มปูทางให้ Marianne เผ่านามีหน้าที่แบบที่เราไม่ต้องรอนาน

หนังเดินเรื่องไปอย่างช้าๆ พร้อมบรรยากาศในหนังที่แลดูหนาวๆ เย็นยะเยือก และเริ่มไปสู่โหมดแห่งความหลอนเพิ่มขึ้นในทุกขณะ พาเราไปฉงนกับปมอย่างมากที่ค่อยๆ เปิดออกมาให้คนดูได้ร่วมลุ้นระทึกและตั้งคำถามไปด้วยกัน ถึงแม้น้ำหนักของเส้นเรื่องในซีรี่ย์ บางครั้งจะยังไกลตัวกับสภาพแวดล้อมบ้านเรา อย่างเรื่องศาสนา หรือปิศาจ แต่หากเราอินไปกับหนังแล้ว ก็ยังสามารถหลุดเข้าไปกับการเดินเรื่องที่ระทึกนี้ได้อย่างไม่ฝืนจนเกินไป 

Marianne Netflix รีวิว

ข้อดีของซีรี่ย์เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องของความน่ากลัวของภูติผีปิศาจ หรือความเข้มข้นของเนื้อเรื่องอะไร แต่เรากลับมองว่าเป็นเรื่องของ ‘จังหวะจะโคน’ ที่บอกได้เลยว่า โคตร ‘ตุ้งแช่!!’ เหมือนกับสไตล์หนังผีของบ้านเราซะอย่างนั้น แต่เอาจริงๆ แล้วในบางจังหวะ แม้แต่คนชอบดูหนังผีไทย ก็ยังอาจจะเดาไม่ออกว่าเจ้าปิศาจ มารียาน นี้จะมาตอนไหน ซึ่งนี่แหละ คือความเก่งของซีรี่ย์เรื่องนี้ บอกเลยว่าถ้าอินๆ หน่อย อาจจะร้องลั่นออกมาหลายฉากเลยล่ะ 

ซีรี่ย์ผี หรือปิศาจแนวนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเอาให้อยู่มือ ก็คือเรื่องของการเสริมสวย หรือ Make up effect ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข้อดีของซีรี่ส์เลยก็ว่าได้ เพราะหลายๆ ฉาก หลายๆ ตัวละคร มีการใส่ใจรายละเอียดที่ค่อนข้างลงดีเทลได้ดีมาก ทำให้เราเชื่อ ไม่เกะกะสายตา ตัวละครออกมาดูหลอน และนากลัวสะใจอยู่ไม่ใช่น้อย

บรรยากาศในซีรี่ย์ Marianne

ในส่วนของการเล่าเรื่องซึ่งเราต้องขอบอกว่า ถือเป็นจุดด้อยของซีรี่ย์เน็ตฟลิก เรื่องนี้ เพราะมีการดำเนินเรื่องบางช่วงที่อาจจะหนืด และเบาไปหน่อย ซึ่งก็พอข้าใจได้ว่าซีรี่ย์เรื่องนี้ต้องการ ‘ดึงอารมณ์ร่วม’ ของผู้ชมให้ได้มากที่สุด บวกกับ Sound ที่มีเผ่านาให้เราหลุดไปในภวังค์ และร่วมลุ้นไปกับตัวละคร แต่ในบางช่วงบางตอนก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเราไม่อิน หรือเปล่าได้กลัวจนต้องเอามือปิดตา แต่ภาพรวมก็ถือว่าทำได้ดีพอใช้ ไม่ได้แลดูน่าเบื่ออะไรขนาดนั้น 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากซีรี่ย์มารียาน
คำเตือน : มีสปอยล์เนื้อหาสำคัญ!!
แก๊งค์เพื่อให้นสมัยเด็ก : หรือที่ตั้งชื่อกันเล่นๆ ว่า ‘แก๊งค์เรือล่ม’ ประกอบไปด้วย เอ็มม่า, ออโรว์, โนโน่, แคโรล์ และซามูเอล โดยในกลุ่มนี้มีเรื่องราวความรักที่ซับซ้อนทับถมกันไปมาในสมัยวัยรุ่น บางครั้งจึงส่งผลให้ตัวละครแสดงออกต่อกันโดยเราดูออกว่ามีความรู้สึกอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
มารียาน มาจากไหน? : อย่างที่เราเกริ่นไป ปิศาจ หรือวิญญาณของมารียาน เกิดจากฝันร้ายของเอ็มม่า ตอนที่อายุได้ 15 ปี ซึ่งทุกๆ คืน มารียานจะทำให้เอ็มม่ามีอาการ หลอน และฉี่ราด! ซึ่งตอนแรกก็เป็นแค่ฝัน แต่หลังจากนั้นแคโรว์เพื่อให้นสนิทของเอ็มม่าบอกให้เล่นผีบอร์ดอาจจะช่วยได้ (เหมือนๆ ผีถ้วยแก้วบ้านเรา) ช่วยได้กับผีน่ะสิ! เพราะดันไปทำให้มารียานเกิดมีตัวตนจริงๆ ซะงั้น
มารียานต้องการอะไร? : ถ้าไม่ตีความอะไรมากเลย มารียานก็เพียงต้องการให้เอ็มม่า ‘เขียนนิยายต่อ’ ไปแบบไม่หยุดไม่สิ้น แต่จริงๆ แล้วมารียานมีสิ่งที่ไม่อยากพบเจอ ก็คือ ‘อาการเจ็บปวดจากการถูกฝังทั้งเป็นในอดีต’ ซึ่งทำให้แต้องมาบีบบังคับเอ็มม่า ให้เขียนนิยายทุกๆ ครั้ง ก่อนวันอังคาร เพราะเป็นวันที่มารียานมีปมในอดีต
มารียานมีจริงหรือ? : จริงๆ เป็นเหมือนความเชื่อ หรือเหมือนๆ เรื่องปากสู่ปากของที่ทางท้องถิ่นบล็องช์ ฝรั่งเศส โดยมารียานเคยมีตัวตนจริงๆ และทั้งครอบครัวของมารียานถูกไฟไหม้ ตายทั้งเป็น แต่มีมารียานเพียงคนเดียวที่รอดมาได้ หลังจากนั้นคุณถูกรับเลี้ยงด้วยแม่ชีคนหนึ่ง หลังจากนั้นเมื่อมารียานโตขึ้น ได้ไปก่อคดีระทึกขวัญในป่าฮอร์เน็ท วู๊ด (Horned Wood) โดยเล่าว่าคุณได้ปาดคอสามี (คอปอลป เพื่อให้หนีไปแต่งงานกับชายอีกคนที่เชื่อกันว่าเป็นกษัตริย์แห่งแมว มีนามว่า Beleth (เบเลธ) หลังจากนั้นคุณก็ถูกชาวเมืองจับตัว และถูกประหารชีวิต รวมทั้งฝังไว้ใต้ดิน ในคืนวันอังคารหนึ่ง (ปี คศ. 1617) โดยศพถูกกำกับไว้ด้วยไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ พร้อมข้อความ ‘ฉันจะกลับมาเอาลูกและหลานของแกไปให้หมด พวกเขาจักต้องเจอกับขุมนรก เชื่อมารียานเถอะ คุณไม่เคยจากไปมือเปล่า’

I Lost My Body มือเดินได้กับความฝันที่สูญหายไปในวัยเด็ก

หนังมาในแนวเรื่องลึกลับมหัศจรรย์ตัดสลับกับชีวิตวัยรุ่น เริ่มเรื่องมาเป็นเหตุการณ์ที่ตัวเอก “นาโอเฟล” นอนจมกองเลือดมีแมลงวันเกาะหน้ากับมือที่ถูกตัดขาด ก่อนที่หนังจะตัดเหตุการณ์ย้อนกลับไปสมัยเด็กที่เขามีพ่อกับแม่เป็นดนตรีคลาสสิค และก็มีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศกับนักเปียโนไปพร้อมกัน ก่อนจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนตร์จนทำให้เขาต้องกำพร้าพ่อกับแม่ โดยมีเครื่องบันทึกเสียงเป็นต้นตอของอุบัติเหตุคราวนี้ ซึ่งหนังจะตัดมาแค่บางส่วนของเหตุการณ์ ไม่ให้คิดว่าจริงๆ แล้วเป็นเช่นไร

รีวิว I Lost My Body มือเดินได้กับความฝันที่สูญหายไปในวัยเด็ก 1

เรื่องราวตัดกลับมาปัจจุบันในตอนที่นาโอเฟลโตเป็นวัยรุ่นแล้ว และก็ทำงานส่งพิซซ่าอยู่ในปารีส วันหนึ่งเขาได้มีโอกาสสนทนาผ่านอินเตอร์คอมกับสาววัยรุ่นที่สั่งพิซซ่า แม้จะเป็นการสนทนาตรงเวลาสั้นๆ ช่วงติดฝนโดยไม่ได้เห็นหน้าค่าตากัน แต่นาโอเฟลก็เกิดประทับใจหลงรักคุณคนนี้ และก็สืบหาที่ทำงานและแอบติดตามคุณไป จนพบว่าคุณชอบไปหาปู่ที่เป็นช่างไม้ เขาจึงหวังใกล้ชิดคุณโดยการสมัครเป็นลูกมืออยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นสถาณที่เกิดเหตุในตอนต้นเรื่องนั่นเอง

หนังเล่าเรื่องตัดสลับไปหลายเหตุการณ์ทั้งอดีตในวัยเด็กที่เล่าเรื่องด้วยโทนภาพขาวดำ พร้อมกับเล่าเรื่องช่วงอดีตก่อนมือของตัวเอกจะขาด และก็เล่าเรื่องมือที่ออกเดินทางตามหาเจ้าของซึ่งก็คือนาโอเฟลเป็นอีกเรื่อง โดยมือที่ขาดเป็นช่วงๆเหตุการณ์ปัจจุบันปัจจุบัน โดยหนังค่อยๆ เล่าเรื่องมาบรรจบกันทั้ง 3 ช่วงเวลาในจุดหนึ่ง ก่อนที่จะเดินหน้าเฉลยเรื่องเหมือนกับปมที่คาไว้ทั้งหมด เพื่อให้จบเรื่องราวการเดินทางผจญภัยของมือปริศนาที่เป็นไฮไลท์หลักของเรื่องราวทั้งหมดนี้

รีวิว I Lost My Body Netflix
นอกจากรางวัลหนังเมืองคานส์แล้ว ยังได้จากที่อื่นๆ มาด้วย -ร่างกายที่หายไป Netflix
ด้วยความที่เป็นหนังฝรั่งเศส จึงขึ้นชื่อการเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ให้ต้องตีความอย่างมาก ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าดูหนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้แล้วจะงงงวยไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เอาแค่การผจญภัยของมือนาโอเฟลก็ชวนให้งงสุดๆ แล้วว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือแค่จินตนาการ ซึ่งหนังสามารถตีความได้ทั้งคู่ ในส่วนของผู้เขียนตีความว่าเป็นจินตนาการกึ่งจริง มือนี้เป็นตัวแทนการเล่าเรื่องความฝันที่หายไปของนาโอเฟล ซึ่งถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเขาก็คงมีชีวิตที่ดีมากกว่านี้ และก็อาจจะได้ไล่ตามฝันการเป็นนักบินอวกาศกับนักเปียโนไปพร้อมกัน มือนี่พยายามกลับมาหาเจ้าของเพื่อให้ต่อติดกลับไปเป็นเหมือนเดิมเพื่อให้ที่จะให้ความฝันนั้นได้กลับมาอีกที ซึ่งมือนี้ก็ต้องผจญภัยกับอะไรอย่างมาก และหลายๆ อย่างที่พบเจอก็เป็นตัวแทนอุปสรรคที่นาโอเฟลตัวจริงประสบมาก่อนและกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในส่วนนี้คนดูก็ต้องตีความด้วยตัวเองตลอดเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ว่าสุดท้ายแล้วมือข้างนี้จะได้กลับมาหานาโอเฟลหรือเปล่า

ถึงหนังจะพาให้คนดูต้องตีความในส่วนเหนือจริงอย่างมาก แต่ในส่วนที่เป็นเรื่องราวชีวิตมนุษย์ปกติของนาโอเฟล หนังไม่ได้มีส่วนที่ต้องตีความอะไรนัก เรียกว่าดูเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ด้วยความที่เรื่องราวตัดสลับไปสามช่วงเวลาตลอดเวลา ก็อาจจะทำให้ดูงงๆ ได้เหมือนกัน แต่เรื่องหลักเลยคือการที่นาโอเฟลพยายามชนะใจสาวที่เขาพูดคุยผ่านอินเตอร์คอม และก็ปกปิดไม่บอกว่าเขาเป็นใครหลังตามสืบจนมาพบกันภายหลัง ซึ่งก็ออกจะเป็นแนวสตอล์กเกอร์นิดๆ ซึ่งในพาร์ทนี้ก็คือส่วนที่เฉลยเรื่องราวปกติไปเรื่อยๆ และเชื่อมโยงตีความกลับไปยังพาร์ทการผจญภัยของมือนาโอเฟลไปพร้อมกัน

ร่างกายที่หายไป
ร่างกายที่หายไป
นี่เป็นหนังที่ถ้าคนดูเข้าใจตีความตามทันเป็นระยะๆ หนังจะดูลื่นไหลสนุกพอสมควร แต่ถ้าตีความตามไม่ทัน การดูหนังเรื่องนี้คือยานอนหลับชั้นดีนี่เอง ซึ่งผู้เขียนเองก็กึ่งหลับกึ่งตื่นในรอบแรก ก่อนที่จะดูทวนซ้ำอีกรอบถึงเข้าใจเรื่องราวเกือบทั้งหมด ที่ต้องเว้นไว้ว่าไม่ทั้งหมดเพราะหลายจุดในหนังเว้นว่างให้คนดูตีความเองมากกว่าจะสื่อว่าเป็นอะไรตรงๆ อย่างเช่น แมลงวันที่โผล่มารบกวนพระเอกทั้ง 3 ไทม์ไลน์ ซึ่งผมตีความว่าเป็นเหมือนตัวแทนพรหมลิขิตที่กำหนดชีวิตพระเอกไว้ และทำให้พระเอกต้องพบกับอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งพระเอกตอนเด็กก็พยายามจะจับมันด้วยมือเปล่า แต่ก็จับไม่ได้สักที จนสุดท้ายจับได้ แต่ก็ต้องแลกกับความสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิต ก่อนที่จะก้าวผ่านพรหมลิขิตจนได้ ซึ่งก็เป็นบทสรุปสุดท้ายของหนังเรื่องนี้

ด้วยความที่ I Lost My Body เป็นหนังที่เต็มไปด้วยสัญญะนัยยะแฝงแทบตลอดเวลาที่รับชม นี่จึงไม่ใช่หนังแมสหรือผู้ชมทั่วไปจะดูเข้าใจได้ง่ายๆ แถมยังอาจจะมึนๆ อึนๆ พาลด่าหนังหลังดูจบด้วยว่าเสียเวลาดู ซึ่งถ้าอ่านรีวิวนี้ที่ผมไกด์ให้บางส่วนแล้วพร้อมตีความต่อด้วยตัวเอง ก็แนะนำให้ลองดูเป็นอย่างมากครับ แต่ถ้าคิดว่าไม่พร้อมกับการตีความอะไรอย่างมาก ก็ผ่านไปเลยไม่ต้องเสียเวลาครับ

ปล.ถ้าใครดูแล้วสงสัย อยากได้ความเห็นจากผู้เขียนเป็นจุดๆ คอมเมนต์ทิ้งไว้ได้เลยครับ แต่ต้องบอกว่านี่เป็นการตีความส่วนตัวเท่านั้นนะ

TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์

TITANS SS2 รีวิว + สปอยล์ ซีรีส์ ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix จากโรบินสู่ไนท์วิง จากผู้ช่วยแบทแมนสู่ผู้นำนำทีมฮีโร่วัยรุ่น ที่กลับมารอบนี้ดาร์ก โหด ดิบ ดราม่า 18+ ยิ่งกว่าเดิม

ต้นฉบับของซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงจากการ์ตูน Teens Titans แต่รอบนี้เล่าเรื่องแบบโคตรดาร์ก โหด ดิบ เถื่อน 18+ และเรื่องราวก็ยิ่งเพิ่มความดราม่ามากขึ้นในซีซัน 2 นี้

สำหรับตัวละครหลักของทีม Teens Titans ตบเท้ามาเกือบครบในซีซันแรก ไม่ว่าจะเป็น โรบิน เรเวน สตาร์ไฟเออร์ บีสต์ รวมทั้งตัวละครอื่นๆที่สมทบกันเผ่านาเพื่อให้ทำให้เรื่องราวบริบูรณ์ยิ่งขึ้น และในซีซัน 2 ก็มีการเปิดตัวละครสำคัญคนใหม่ที่จะเผ่านามีหน้าที่อย่างมากในจักรวาลไททันส์ นั่นคือ ซุปเปอร์บอย Super Boy

 Titans (2018) on IMDb
7.7/1061,184 votesคะแนนเฉลี่ย IMDB

 

TITANS ss2 Trailer ตัวอย่าง

 
TITANS SS2 เรื่องย่อ
ดิ๊ก เกรย์สัน หรือ โรบิน ผู้ช่วยชื่อดังของ แบทแมน เมื่อเติบโตขึ้นได้แยกตัวมาทำงานเป็นนายตำรวจสืบสวนที่เมืองดีทรอยต์ เพื่อให้หวังลืมอดีตที่เจ็บปวด รวมทั้งความขัดแย้งอะไรบางอย่างกับ บรู๊ซเวย์น หรือ แบทแมน

แต่วันหนึ่งเขาก็ได้เผ่านาพัวพันกับคดีปริศนา เมื่อเด็กสาวแรกรุ่นที่ชื่อ เรเชล หรือ เรเวน ที่ได้มาขอร้องจากเขา รวมทั้งการพบกันกับ คอรี่ หรือ สตาร์ไฟเออร์ และ การ์ หรือ บีสต์ ก็ทำให้ทั้งสี่คนต้องรวมพลังกันสู้แบบเฉพาะกิจ ซึ่งนำไปสู่การตั้งทีม ไททันส์ TITANS ซึ่งเป็นการรวมพลังของเหล่าฮีโร่วัยรุ่นที่ไร้หลักยึดและขาดจุดมุ่งหมายพวกนี้ รวมทั้งการฝึกฝนให้พวกเขาสามารถควบคุมและใช้พลังพิเศษเพื่อให้ปกป้องผู้คนและปราบเหล่าร้ายได้

แต่ปรากฏว่าการรวมทีมไททันส์ครั้งใหม่นี้ก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คาดคิดไว้ เมื่อดิ๊กได้พบว่า “เดธสโตรก” Deathstroke นักฆ่าชั้นต้นๆของโลก ซึ่งเป็นอดีตศัตรูร้ายที่เคยแข่งขันกับทีมไททันส์ชุดแรกมาก่อนได้หวนกลับมาอีกรอบ พร้อมกับนำรอยแผลแห่งความผิดพลาดที่พวกเขาไม่อยากจดจำได้กลับมาด้วย แถมยังส่งผลกระทบที่ทำให้เกิดวามร้าวฉานกับสมาชิกไททันส์รุ่นปัจจุบันอีก

Titans ss2 จึงเป็นศึกใหญ่ที่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่างฮีโร่และตัวร้ายอย่างเดียวแค่นั้นแต่ยังรวมทั้งภายในจิตใจของเหล่าฮีโร่ชายหนุ่มสาวที่อยู่ระหว่างการเติบโตและการยอมรับในความผิดพลาดของตนเองด้วย

TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ใน Netflix สปอยล์ ตอนจบ โรบิน ไนท์วิง

TITANS SS2 ตัวละคร
มีตัวละครเพิ่มบางตัวสำหรับในซีซันนี้ และก็ทำให้ทีมไททันส์รวมตัวครบทั้งชุดแรกและรุ่นปัจจุบัน

titans ss2 ไททันส์ netflix ฮีโร่ DC ไนท์วิง โรบิน
ภาพเปรียบเทียบ ไนท์วิง ในซีรีส์ และฉบับการ์ตูนคอมิค DC เป็นหนึ่งในตัวละครที่ถูกคาดหวังสำหรับการสร้างลงซีรีส์เรื่องนี้ไว้สูงมาก
ดิ๊ก เกรย์สัน (Richard Dick Grayson) หรือ โรบิน Robin ผู้เคยมีอดีตฝังใจในวัยเด็ก พ่อและแม่เป็นอดีตดาราหนังละครสัตว์ที่เสียชีวิตระหว่างการแสดง ดิ๊กได้เห็นภาพที่พวกเขาเสียชีวิตเมื่อวัยเด็กจึงเกิดความฝังใจ จึงแปลงเป็นเด็กกำพร้า เขาถูกรับเลี้ยงโดย บรู๊ซ เวย์น หรือตัวจริงก็คือ แบทแมน จากนั้นจึงได้ร่วมงานเป็นผู้ช่วยในฐานะของโรบิน เพื่อให้ปราบเหล่าอาชญากรในเมืองก็อทแธม

สำหรับเรื่องราวในซีซัน 2 จะเริ่มจากการเล่าถึงความพยายามของดิ๊กที่ต้องการช่วยฝึกฝนให้กับ เรเชล การ์ และ เจสัน ให้พวกเขาสามารถใช้พลังของตนเองได้ รวมทั้งการรวมกลุ่มก่อตั้งทีมไททันส์กลับมาอีกรอบ

Spoil เรื่องราวบางส่วน

Spoil บางส่วน
 

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 1เรเชล หรือ เรเวน Raven เด็กสาววัยแรกรุ่นที่มีพลังลี้ลับพร้อมปริศนาดำมืดยากที่จะหยั่งถึง คุณใช้ชีวิตอยู่กับแม่เพียงลำพัง แต่แล้วแม่ของคุณกลับถูกคนฆ่า ทำให้คุณต้องหนีเอาตัวรอด ด้วยการนำทางจากพลังที่ทำให้คุณเดินทางมาวิงวอนจาก ดิ๊ก ซึ่งการพบกันของคนทั้งสองก็นำไปสู่จุดเริ่มของการต่อสู้ครั้งใหญ่

อันที่จริงแล้ว เรเชล เป็นบุตรสาวของไทรกอน จอมปีศาจจากอีกมิติที่ต้องการผ่านเผ่านาในโลกมนุษย์ ทำให้คุณมีพลังพิเศษลี้ลับแฝงอยู่ ซึ่งในซีซันสองนี้พลังของเรเชลจะร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆจนยากที่จะควบคุมได้ ทำให้คุณต้องเป็นทุกข์ทรมานกับเรื่องนี้มาก

ด้านความเกี่ยวข้องกับคนอื่นๆ คุณยังคงรักและนับถือดิ๊กเสมือนเขาเป็นพ่อและอาจารย์ และก็รักคอรี่เสมือนเป็นพี่สาวที่พึ่งพาได้เสมอ และก็เริ่มผูกสัมพันธ์กับการ์มากขึ้น รวมทั้งเปิดใจให้คนอื่นๆมากขึ้นด้วย

 

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 2คอรี่ หรือ สตาร์ไฟเออร์ Starfire สาวผิวสีเข้ม ผู้มาพร้อมกับพลังเพลิงแรงสูงที่สามารถเผาศัตรูให้เป็นจุลได้ แท้จริงแล้วคุณคือเจ้าหญิงจากต่างดาวที่มีสิทธิขึ้นครองบัลลังก์ คุณเดินทางมาที่โลกมนุษย์เพื่อให้ภารกิจหยุดยั้งไทรกอน

หลังจากเรื่องของเรเชลยุติลงแล้ว คอรี่ก็ตัดสินใจค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้วแยกกับพวกของดิ๊ก ต่อมาดาวทามารันของคุณได้ส่งราชองครักษ์มาพาตัวกลับไป ระหว่างนั้นคอรี่ได้ไปร่วมทีมกับดอนน่า กระทั่งสภาพการณ์ของทีมไททันส์ทั้งรุ่นแรกและรุ่นใหม่กลับตกอยู่ในวิกฤตอย่างหนัก เรเชลจึงได้ร้องขอร้องจากคอรี่ คุณจึงตัดสินใจเดินทางกลับมาร่วมทีมกับอีกที

สิ่งที่ทำให้คอรี่ได้รับการยอมรับจากทีมไททันส์แทบทุกคนว่าเป็นคนที่พึ่งพาได้นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของพลังพิเศษที่สามารถใช้เปลวเพลิงที่ร้ายแรงหรือทักษะในการต่อสู้ แต่เป็นเรื่องของจิตใจที่ยุติธรรม ความตรงไปตรงมา ความใจกว้างที่พร้อมรับฟังปัญหาของคนอื่น ทำให้คุณมีสถานะเป็นเสมือนพี่สาวและม่าม้าที่เหล่าวัยรุ่นในทีมพึ่งพาได้เสมอ

สำหรับในต้นฉบับ Teen Titans โรบินและสตาร์ไฟเออร์จะมีความเกี่ยวข้องลึกซึ้งกัน เรียกว่าเป็นหนึ่งในคู่จิ้นหลักของเรื่องเลยก็ว่าได้ ซึ่งในซีรีส์เองก็เลือกเดินตามนั้น แม้จะยังไม่ได้ชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วทั้งสองคนจะได้คู่กันไหมก็ตาม

 

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 3การ์ หรือ บีสต์ Beast เด็กชายหนุ่มผู้ร่าเริง มีพลังพิเศษสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ป่าได้ ต่อมาเขาก็ได้เผ่านาช่วยเหลือเรเชลโดยบังเอิญ แล้วหลังจากนั้นก็เกิดเป็นมิตรภาพและความผูกพันดีๆให้กัน

ในภาพรวมแล้ว หน้าที่ของการ์ในซีซัน 2 เป็นเสมือนตัวกลางที่พยายามหาจุดประสานให้กับคนในทีมไททันส์ โดยเฉพาะความไม่พอใจของสมาชิกรุ่นใหม่ที่คิดว่าโดนดิ๊กกีดกันอะไรบางอย่างไว้

ทั้งยังด้วยความร่าเริง มองโลกในแง่บวก เขาจึงได้รับความไว้วางใจจากดิ๊กและคนอื่นๆไม่น้อย เขายังได้รับหน้าที่ให้ช่วยดูแลคอร์นเนอร์ที่นอนพักรักษาตัวอยู่ด้วย แต่ก็ต้องพบว่านี่เป็นภาระหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะรับมือไหว

 

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 4ดอว์น เกรนเจอร์ หรือ Dove

อดีตทีมไททันส์ และยังเป็นคู่หูของแฮงค์ แต่ในอดีตเคยมีความข้องเกี่ยวกับดิ๊ก ซึ่งลึกๆก็ยังมีความรู้สึกดีๆให้อยู่เสมอ ในซีซันสองนี้ คุณต้องเผชิญหน้ากับปัญหาร่วมกันของทีมไททันส์ และได้แยกทางเท้ากับฮอค

แฮงค์ ฮอค หรือ Hawk

อดีตทีมไททันส์ เป็นคนรักของดอว์น โดยเนื้อแท้เป็นคนรักความยุติธรรม แต่ก็ชอบใช้ความร้ายแรง ในซีซันนี้เขาพบว่าการอยู่กับดอว์น แม้ว่าพวกเขาจะรักกัน แต่ก็มีแต่ทำให้เกิดความวายป่วง จึงขอแยกทางกัน

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 5ดอนน่า ทรอย หรือ Wonder Girl

อดีตทีมไททันส์ สาวสวยที่ทำงานด้านศิลปะ ตัวจริงคือ Wonder Girl อดีตผู้ช่วยของ ไดอ่าน่า หรือ Wonder Woman สมัยเป็นวัยรุ่นเคยได้ติดตามไดอาน่ามาร่วมงานกับแบทแมนและโรบินเป็นระยะ เป็นหญิงสาวที่ฉลาด ทรงพลัง มีพลังพิเศษเหมือนกับไดอาน่า มักห่วงใยดิ๊กเสมอ

ในซีซันสอง หลังจากดิ๊กตั้งทีมไททันส์ขึ้นใหม่ แล้วกลับมาเปิดใช้ไททันส์ทาวเวอร์ ดอนน่าเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยอย่างร้ายแรงที่ดิ๊กตั้งทีมอีกรอบ เพราะบาดแผลสาหัสอดีต แต่ก็ยอมกลับมาร่วมทีมเฉพาะกิจอีกรอบเพื่อให้ช่วยเหลือดิ๊กจัดการปัญหาเรื่องของเดธสโตรก

 

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 6เจสัน ท็อดด์ หรือ Robin คนที่ 2

เด็กชายหนุ่มที่เป็นโรบินคนปัจจุบันซึ่งเผ่านาแทนตำแหน่งของดิ๊กที่แยกตัวไป เขามีนิสัยใจร้อน ไม่กลัวอันตราย ชอบการใช้กำลังเพื่อให้ปราบเหล่าร้าย มีดิ๊กเป็นไอดอล แต่ก็มีความเห็นขัดแย้งตรงผ่านกับดิ๊กพอสมควร

ในซีซันสอง เขาต้องการพิสูจน์ตนเองเพื่อให้ให้ดิ๊กยอมรับ จึงนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด และจากนั้นก็ทำให้เรื่องราวบานปลายยิ่งขึ้น

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 7คอร์นเนอร์ คลาร์ก หรือ ซุปเปอร์บอย Superboy

เด็กชายหนุ่มปริศนาที่ตื่นขึ้นมาในหลอดแคปซูล เขาถูกโคลนนิ่งจากยีนส์ของซุปเปอร์แมนและเล็กซ์ลูคุณร์ ทำให้มีพลังของซุปเปอรแมนและสติปัญญาของลูคุณร์ แต่ด้านจิตใจและความคิดอ่านเป็นผ้าขาวเหมือนเด็กไม่กี่ขวบ การปรากฏตัวของเขาถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกหนึ่งของเรื่องราวที่ถูกขยายให้ยิ่งใหญ่ขึ้น

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 8เดธสโตรก Deathstroke

นักฆ่าชั้นต้นๆของโลก เป็นอดีตทหารผ่านศึก เชี่ยวชาญการใช้อาวุธแทบทุกประเภท รับจ้างทำงานเพื่อให้เงินเป็นหลัก เขามีความแค้นแบบฝังรากลึกของทีมไททันส์ชนิดที่ถือว่าเป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้ไททันส์รุ่นแรกถูกยุบ

สำหรับในต้นฉบับคอมิค DC เดธสโตรกถือว่าเป็นตัวร้ายที่มีหน้าที่และความถนัดชั้นต้นๆในบรรดาศัตรูของ Batman ซึ่งเคยต่อสู้ประมือกันหลายครั้ง

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 9Titans SS2 สนุกไหม
Titans DC เป็นซีรีส์รวมพลฮีโร่วัยรุ่นที่ดัดแปลงมาจากคอมิคการ์ตูนชื่อดังอย่าง Teens Titans ที่เคยสร้างชื่อระเบิดไปทั่วโลกในการฉายทางช่อง Cartoonnetworks โดยคอนเซปต์คือการรวมกลุ่มฮีโร่รุ่นเยาว์ และเหล่าผู้ช่วยของฮีโร่มารวมกัน โดยมีผู้นำตัวหลักคือ โรบิน ในฐานะผู้นำทีม ระหว่างนั้นในเรื่องก็จะมีสมาชิกมาเข้าทีมมากขึ้น

โดยในฉบับการ์ตูน ตัวละครสำคัญในทีมชุดแรกก็คือ สตาร์ไฟเออร์ เรเวน บีสต์ ไซบอร์ก แล้วต่อมาก็จะมีตัวสำคัญอย่าง ซุปเปอร์บอย กับอีกหลายตัวละครมาร่วมทีม แล้วพัฒนาแปลงเป็น Young Justice ซึ่งสเกลของเรื่องราวก็จะจริงจังมากขึ้น รวมทั้งเน้นไปที่การเติบโตของตัวละครในแบบ Coming of Age

สำหรับในฉบับซีรีส์ที่ฉายทาง Netflix ชุดนี้ มีการดัดแปลงและตีความ ไททันส์ ได้อย่างน่าสนใจ คือเป็นการเล่าเรื่องในแบบ ดาร์ก ดิบ เถื่อน +18 ไปจนถึงปมดราม่าเจาะลึกถึงจิตใจตัวละครเข้าไปถึงด้านมืดในแง่ปมทางจิตวิทยา ซึ่งในซีซันแรกที่ผ่านมา เรื่องจะเน้นความดาร์กและดราม่าไปที่ปมปริศนาของเรเชล หรือ เรเวน เป็นหลัก โดยมีดิ๊ก และ คอรี่ เป็นตัวละครสำคัญในการเดินเรื่อง และเสริมด้วยการ์ที่ทำให้เรื่องมีความซอฟท์ลงมาบ้าง จากนั้นเรื่องราวก็เริ่มขยายไปยังตัวละครอื่นๆในจักรวาลของ Batman Titans DC

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 10แต่ใน Titans ซีซัน 2 แนวทางการเดินเรื่องก็เปลี่ยนแปลงไปอีก คือจะเน้นไปที่เรื่องราวความขัดแย้งภายในตัวละครหลักอย่าง ดิ๊ก กับความผิดและต้นเหตุที่ทำให้ไททันส์รุ่นแรกต้องแตกแยกกันไปคนละทาง เมื่อเรื่องดำเนินไประยะหนึ่ง เราจะได้คิดว่าทุกตัวละครในเรื่องนี้ไม่มีใครที่ดีพร้อม ทุกคนมีความดำมืดในตัวเอง ตัวละครฮีโร่วัยรุ่นในเรื่องนี้เต็มไปด้วยสีเทาปะปนอยู่ ชนิดที่ว่าพวกเขาพร้อมจะแปลงเป็นสีดำได้เลยถ้าหากว่าเลยเถิดออกไปอีกสักหน่อย

แต่ในเรื่องก็ไม่ได้เอาแต่ความดำมืดหรือดราม่าสายดาร์กตลอดเวลา เพราะเมื่อเริ่มเข้าถึงครึ่งทางของพาร์ท ตัวเรื่องเริ่มทำให้เราได้เห็น แสงสว่าง จากตัวละครใหม่ที่เปิดตัวมาได้ยอดเยี่ยมและเชื่อว่าหลายๆคนรอรับชม นั่นคือ คอร์นเนอร์ หรือ ซุปเปอร์บอย Super Boy ที่แม้ว่าตอนแรกจะดูเหมือนเป็นตัวละครที่มาพร้อมกับพลังที่กราดเกรี้ยว แต่ที่จริงแล้วตัวละครนี้กลับเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ที่มีจิตใจเหมือนเด็กน้อย ซึ่งเส้นเรื่องนี้ก็เป็นเสมือนภาพตัดกับเหล่าไททันส์ในเรื่องที่กำลังดาร์กลงเรื่อยๆ ซึ่งเส้นเรื่องของคอร์นเนอร์ก็จะชวนให้เราเอาใจช่วยว่า เขาจะพัฒนามาเป็นซุปเปอร์บอยที่ทรงพลังและเป็นอีกหนึ่งตัวแทนความหวังที่ใกล้เคียงกับซุปเปอร์แมนได้ไหม

ด้านการแสดง ในซีซันนี้ยังคงต้องชื่นชม Anna Diop ในบท คอรี่ หรือ สตาร์ไฟเออร์ ที่ซีซันนี้ทรงผมไม่รังแกตัวละครแบบในซีซันแรกแล้ว (มองว่าเป็นความจงใจก็ได้ที่ทำทรงผมขัดตาคนดูในซีซันแรก) ซึ่งบทของคอรี่ก็น่าจะทำให้ตัวละครนี้มีแฟนคลับในฝั่งซีรีส์เพิ่มขึ้นอีก

มีอีกสองคนที่ต้องชมในแง่การแสดง นั่นคือ Brenton Thwaites ในบท ดิ๊ก เกรย์สัน ที่ยังคงทำได้ดีจากซีซันแรก รวมทั้ง Iain Glenn ในบท บรู๊ซ เวย์น ในช่วงสูงวัย ที่บางมุมดูเหมือนเป็นอัลเฟรดมากกว่า แต่ก็ถือว่าการแสดงของเขาในเรื่องนี้ทำได้ดีมาก ในขณะที่ทีมดาราหนังไททันส์คนอื่นๆก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน Connor Leslie ในบท ดอนน่า ทรอย เพียงแค่ใบหน้าและท่าทางก็มีเสน่ห์กับออร่าออกมาแบบโดดเด่นมาก

สำหรับตัวร้ายหลักในภาคนี้คือ เดธสโตรก Deathstroke นำแสดงโดย Esai Morales ก็ดูสมกับเป็นนักฆ่าเก๋าประสบการณ์ที่จัดจ้านโลกและเป็นยอดความสามารถทางด้านการต่อสู้และยุทธวิธีรบจริงๆ ชนิดที่ว่าสามารถดวล 1-1 แล้วสามารถใช้ประสบการณ์กับทักษะจนเอาชนะคนที่มีพลังพิเศษและเป็นลูกครึ่งเทพอย่าง ดอนน่า ทรอย ลงได้ ซึ่งที่จริงถ้าอ้างอิงบทของตัวละครเดธสโตรกจากในคอมิค เขาก็เก่งกาจในการต่อสู้และยุทธวิธีระดับที่เคยเอาชนะแบทแมนจากการต่อสู้แบบตัวต่อตัวมาแล้ว (แม้ว่าถ้านับทั้งหมด เดธสโตรจะแพ้เกือบทุกครั้งก็ตาม) ทั้งยังในคอมิค เดธสโตรกก็ยังเคยปะทะกับ Wonder Girl และใช้ทั้งเทคนิคและอาวุธจนเล่นงานอีกข้างมาแล้วด้วย ตรงนี้เลยพออ้างอิงได้ว่า เดธสโตรก แม้พื้นฐานจะเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ก็เป็นอดีตทหารผ่านศึกที่เชี่ยวชาญในทักษะการสู้รบทุกชนิด แล้วได้ชื่อว่าเป็นนักฆ่าที่เก่งชั้นต้นๆในจักรวาล DC  รวมทั้งเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่มีบทเด่นใน Batman เลยทีเดียว

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 11

แต่ข้อเสียของซีซันสองนี้ก็มี แถมสำคัญด้วย ข้อเสียอันแรกก็คือ การดำเนินเรื่องที่ “จะดราม่าไปไหน” ทำให้บางตอนเดินเรื่องช้าและยืดพอสมควร แต่ก็พอจะเข้าใจได้สำหรับคอนเซปต์ที่เน้นความดราม่าขนาดนี้ เพราะนี่คือเรื่องของ “ทีมซุปเปอร์ฮีโร่วัยรุ่น” ที่ตัวละครทั้งหมดยังขาดวุฒิภาวะและความคิดอ่านที่มากพอ แม้ว่าจะมีตัวละครประเภทฮีโร่พลังบริบูรณ์แบบอยู่ในเรื่องด้วย แต่จิตใจ ประสบการณ์ชีวิต ความคิดต่างๆของพวกเขาก็ยังเป็นเพียงวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่พึ่งจะจะแปลงเป็นผู้ใหญ่ธรรมดา อย่างเช่น ดิ๊ก ซึ่งแม้ว่าจะเติบโตขึ้น แล้วพยายามสลัดคราบของโรบินที่อยู่ใต้เงาของแบทแมนผู้ยิ่งใหญ่ออกไป แต่ด้วยความที่ความคิดอ่านของก็ยังมีไม่มากพอ ก็ทำให้เขาตัดสินใจผิดพลาดในเรื่องหลายครั้ง แม้ว่าจุดเริ่มจะมาจากเจตนาดีก็ตามที ซึ่งในเรื่องนี้เน้นหลักสำคัญความไม่บริบูรณ์แบบหลายครั้งมาก แล้วตัวดิ๊กเองก็เป็นต้นเหตุของปมปัญหาใหญ่ในเรื่องด้วย จากการที่เขาไม่ยอมเปิดปากพูดความจริงหรือเปิดปากพูดในเรื่องที่ควรจะพูดมากพอ

ข้อเสียอีกจุดคือ ฉากต่อสู้ที่บางฉากยังดูทำไม่ถึงเท่าไหร่ คือพอดูก็รู้เลยว่างบประมาณในฉากสู้บางซีนใช้ทุนต่ำ (ทำใจ) ด้าน CG มีบางตอนดูลอยเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก ทั้งยังในภาพรวมก็ถือว่าทำฉากแอ็กชั่นแนวฮีโร่ได้ดีเท่าที่ได้งบสำหรับทำลงซีรีส์ได้แล้ว เพราะมีบางฉากต่อสู้ที่ถือว่าทำได้ดูดีมากยิ่งกว่าในบางฉากแอ็กชั่นของซีรีส์ฮีโร่จากมาร์เวลอย่าง Daredevil ที่ค่อนข้างเด่นในเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

ส่วนจุดเสียอีกจุด ที่ถือว่าเป็นจุดด่างพร้อยของซีรีส์นี้เลยก็ว่าได้ นั่นคือซีนสำคัญฉากหนึ่งในตอนจบของซีซัน 2 หรือในตอนที่ 12 นี่เอง ซึ่งเพียงแค่ 4-5 นาทีในซีนนี้ กลับทำให้ความยอดเยี่ยมทุกอย่างของซีรีส์แทบจะพังทลายเลย

แต่ถ้ามองผ่านการหาทางลงยอดแย่ในตอนจบนี้ ถือว่านี่คือหนึ่งในซีรีส์แนวฮีโร่ที่ดีเยี่ยมและน่าดูที่สุดเรื่องหนึ่งครับ

รีวิว TITANS SS2 ซีรีส์ฮีโร่ DC ไททันส์ Netflix โรบินสู่ไนท์วิง รวมทีมฮีโร่วัยรุ่นดาร์กกว่าเดิม 12Titans ss2 ตอนจบ สปอยล์ Spoil
ตอนจบของซีซันสอง ถูกวิจารณ์ว่าเป็นตอนจบที่แย่สุดๆ แล้วยังถึงขั้นทำลายภาพรวมที่ซีรีส์เล่ามาไปหมดเลย

อาจจะมีคำถามว่า แล้วตอนจบมันแย่ยังไง แย่ขนาดไหน?????

 

สปอยล์ร้ายแรงครับ 

หลังจากการต่อสู้ทั้งหมดจบสิ้นลง ดอนน่า ทรอย หรือ Wonder Girl หนึ่งในทีมไททันส์ กลับต้องมายอมพลีชีพเพื่อให้ช่วยชีวิตเด็กๆที่กำลังจะถูกเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ล้มทับ ปรากฏว่าคุณถูกกระแสไฟฟ้าเข้ารังควานร่างกายจนสุดท้ายต้องจบชีวิตลง

ตอนจบของเรื่องนี้ถูกวิจารณ์อย่างร้ายแรงใน IMDb และในหลายเว็บ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนพอจะ “เข้าใจว่า” ทีมสร้างต้องการอะไรถึงเขียนบทออกมาอย่างนี้ เพราะแนวทางที่ บทสรุปของฮีโร่ที่มีพลังบริบูรณ์กลับมาตายอย่างง่ายๆด้วยการพลีชีพช่วยชีวิตผู้คน ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีหลายเรื่องเคยทำมาแล้ว เรียกว่าเป็นการหักมุมหรือแอนตี้ไคลแมกซ์แบบหนึ่ง แต่เผอิญว่าตอนจบของไททันส์ซีซัน 2 ทำในส่วนที่ว่าออกมาได้ “มักง่าย” เกินไปหน่อย จนเราเชื่อลงได้ยากว่า Wonder Girl ที่มีศักยภาพทางกายระดับพอสู้กับ Super Boy จะมาพลาดท่าตายเพราะไฟช็อตได้

แม้ว่าก่อนหน้านี้ในเรื่องก็การปูบอกมาว่า ในเวอร์ชั่นซีรีส์ ร่างกายของฮีโร่สายลูกครึ่งเทพหรือพวกเผ่าพิเศษอย่าง ดอนน่า และ การ์ธ ก็ไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน พวกเขาตายได้ง่ายๆเพียงเพราะถูกรังควาน แบบที่การ์ธโดน แต่บทในตอนจบที่ทำให้ดอนน่าตายก็ยังดูไม่น่าเชื่อถืออยู่ดี

เรื่องจึงแปลงเป็นว่า ซีรีส์ฮีโร่ที่ยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งในยุคนี้ ที่แม้ว่าจะมีบางตอนดูน่าเบื่อหรือเดินเรื่องไม่ค่อยดีนักไปบ้าง แต่ภาพรวมก็ยังถือว่ายอดเยี่ยม แต่กลับต้องมาเสียหายอย่างร้ายแรงเพราะ 5 นาทีท้ายของตอนจบเสียอย่างนั้น ถือว่าเสียดาย แต่ถ้ามองผ่านไอ้ฉากที่ว่าในตอนท้ายเรื่องไป แล้วลองมองในมุมที่ว่าตัวละครฮีโร่ของอเมริกัน ไม่ว่าจะใน DC หรือ Marvel แทบไม่มีใครตายจริงๆ ทุกตัวมีโอกาสฟื้นคืนชีพได้ ถ้าทีมงานต้องการ ถ้าเช่นนั้นในซีซันถัดๆไป ดอนน่า อาจจะคืนชีพขึ้นมาก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ ก็ถือว่านี่เป็นการปิดฉากบทสรุปของ Wonder Girl ที่แย่นำมากๆ แม้ว่าแนวคิดเรื่องการพลีชีพเพื่อให้ช่วยเหลือผู้คนแล้วมาพลาดตายอย่างง่ายๆจะเป็นไอเดียที่โอเคอยู่บ้างก็ตาม

 

โดยสรุปภาพรวมแล้ว นี่ก็ยังคงเป็นซีรีส์แนวฮีโร่ที่ไปได้ไกลเกินกว่าแค่การเป็นซีรีส์ฮีโร่ทั่วไป ไม่ก็แค่กล้าเล่าเรื่องในแบบโคตรดาร์ก โคตรดิบ 18+ แล้วยังกล้าที่จะเลือกเล่าเรื่องราวของฮีโร่ที่มีภาพลักษณ์ขาวสะอาดว่าแท้จริงแล้วทุกคนก็ยังเป็นเพียงมนุษย์ หรือแม้แต่ตัวละครลูกครึ่งเทพหรือมนุษย์ต่างดาว สุดท้ายและเป็นเพียงคนที่มีทั้งเทพปีศาจร้ายอยู่ในตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเดินทางไหน หรือเมื่อทำผิดพลาดไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เราจะเลือกหนีหรือยอมรับมันแล้วเดินหน้าต่อครับ

Coffee & Kareem

หนังตลกเบาสมองถึงขั้นกลวงมากๆ เรียกว่าเป็นตลกแบบที่คนดูไม่ต้องสนใจเนื้อเรื่องอะไรทั้งสิ้น บทเริ่มมาง่ายๆ แค่ว่า “คอฟฟี่” ตำรวจชายหนุ่มผิวขาวเป็นแฟนกับแม่หม้ายผิวดำ ที่มี “คารีม” ลูกติดอ้วนๆ ตัวแสบที่ไม่ยอมให้ชีวิตรักของแม่สมหวังกับคอฟฟี่ ด้วยการไปจ้างวานนักเลงมารังแกเขา แต่แล้วกลับแปลงเป็นว่าต้องไปเจอกับคดีฆาตกรรมตำรวจที่พัวพันไปถึงยาเสพติดล็อตใหญ่ จนเขากลายมาเป็นผู้ต้องหาซะเอง แถมยังพ่วงด้วยการถูกหาว่าลักพาตัวคารีมไปทำมิดีมิร้ายอีก นั่นทำให้คอฟฟี่ต้องหาทางพิสูจน์ความบริสุทธ์ของตนเองด้วยการตามจับคนร้ายตัวจริงให้ได้ โดยมีคารีมหนีบสอยห้อยตามไปเป็นคู่หูด้วยตลอดเวลา ซึ่งกลายเป็นตอนๆเวลาปรับความข้องเกี่ยวของทั้งคู่ไปพร้อมกัน

รีวิว Coffee & Kareem คู่หูต่างวัยต่างผิวสีที่ฮากลิ้งยิงมุกกันทุกนาที 1หนังขายตลกเสียดสีหยาบโลนกันทุกคำพูด โดยหลักๆ มาจากคารีมเด็กอ้วนผิวสีที่ถูกวางคาแรกเตอร์ให้เป็นเด็กฝีปากร้าย ด่าเจ็บแสบหยาบคายเต็มไปด้วยมุกสัปดนตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มเรื่อง โดยที่เจ้าหนูนี่ก็ไม่กลัวอะไรด้วย เห็นคนยิงตายก็ยังหน้าตาเฉย เรียกว่าหนังละทิ้งเหตุผลทั้งหมดไปเพียงเพื่อให้ขายความตลกสุดโต่งกันเต็มกำลัง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าหนังตลกขำจริงแทบทุกประโยคที่คารีมพ่นออกมา เพื่อให้สอนให้คอฟฟี่ตำรวจผิวขาวดูแสบห้าวเก๋าเป้งขึ้นกว่าเดิม จากภาพลักษณ์ตำรวจก๋องแก๋งที่หนังปูไว้ให้คอฟฟี่เป็นเหมือนตำรวจอ่อนหัดสุดในสถานี ทำงานพลาดจนถูกย้ายไปเป็นตำรวจจราจร ซ้ำร้ายยังตกกระไดพลอยโจนโดนป้ายความผิดป้ายสีซะเต็มกระบุง คอฟฟี่จึงต้องพยายามกู้ชีวิตตัวเองกลับคืนมา แต่ดันต้องมาพึ่งพาเด็กอายุ 12 ปีอย่างคารีม ซึ่งหนังตัดความสมเหตุผลทั้งหลายออกไปหมด ให้คารีมเหมือนเป็นพี่เลี้ยงคอฟฟี่ซะมากกว่า จึงเปลี่ยนเป็นความฮาที่ได้เห็นตำรวจทำอะไรเอ๋อๆ เพี้ยนๆ จากคำแนะนำเด็กแสบอย่างคารีม แม้แต่การขับรถตำรวจหนีผู้ร้ายก็ยังให้คารีมเป็นคนขับหนีได้แบบฮาๆ เรียกว่าถ้าจะเอาความสมจริงหรือมีเหตุผลกับเรื่องนี้คงได้เครียดมากกว่าฮาครับ

ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะไม่สมเหตุอะไรเลยก็ตาม แต่ก็เพื่อให้ให้มุกตลกต่างๆ มันเกิดขึ้นได้ อันนี้พอเข้าใจได้ไม่ใช่เรื่องแย่นักถ้าคนไม่ซีเรียสนั่น แต่ที่แย่เป็นที่บทเนื้อเรื่องมันเบาหวิวกลวงโบ๋เหมือนไม่ได้คิดปมเรื่องอะไรเลยสักอย่าง ใครเป็นคนร้ายก็เปิดตัวกันจะๆ คนร้ายตัวจริงก็ออกแนวบ้าบอเข้าไว้เพื่อให้ให้ตลก แต่มันไม่ค่อยจะตลกสักเท่าไหร่เพราะความไม่สมหน้าที่ของเรื่องนี่แหละครับ ส่วนที่ตลกจริงๆ ก็ยังอยู่กับสองตัวเอกหลัก พ่วงแม่ของคารีมเผ่านาช่วยด้วยตอนหลังอีกนิดหน่อย ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าบทมีความลึกกว่านี้อีกสักนิด หนังจะขยับเกรดตัวเองได้สูงขึ้นกว่านี้อีกเยอะครับ

ตัวละครคารีมอาจจะขัดใจหลายท่าน เพราะเจ้าเด็กบ้านี่ดูไม่เหมือนเด็กสักเท่าไหร่ คาแรกเตอร์ก็ไม่น่ารักชวนให้มีเสน่ห์อะไร แม้มุกที่พ่นออกมาจะตลก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดูแล้วรักในตัวน้องดาราหนังคนนี้ได้แบบหนังเด็กเรื่องอื่นๆ แต่ส่วนคอฟฟี่ที่ออกแนวตลกหน้าตายเอ๋อๆ ไปกับแอ็กชั่นตำรวจหลุดๆ นั้นเข้าท่า มีความฮากับหน้าตาคาแรกเตอร์ตัวแสดงสอบผ่านเลย แต่เคมีทั้งคู่ดูแล้วหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นัก จนสุดท้ายตอนจบที่แปลงเป็นครอบครัวกันได้ก็ไม่รู้สึกอินฟินไปตามนั้น กลับกันตัวแม่ที่เปิดตัวว่าเก่งในภายหลังกลับดูดี มีความเจ๋งห้าวเป้งตัวแม่แท้ๆ ซึ่งถ้าเรื่องเล่นกัน 3 คนแต่แรก หนังน่าจะสนุกและมีมุกอะไรมากกว่านี้อีกเยอะครับ

รีวิว Coffee & Kareem คู่หูต่างวัยต่างผิวสีที่ฮากลิ้งยิงมุกกันทุกนาที 2สรุปเป็นหนังตลกเบาหวิวที่ไม่ได้น่าจดจำอะไรนัก ตัวเรื่องพ่นคำหยาบสัปดนเรื่องสีผิวเยอะตลอดเวลากับเนื้อเรื่องที่กลวงโบ๋ แต่ถ้าไม่ได้คิดอะไรมาก ละทิ้งทุกอย่างไปเพื่อให้เสพมุกตลกในเรื่องก็ฮาได้จริง แต่อาจจะเป็นมุกตลกอเมริกันมากสักนิด (อย่างมุกตำรวจผิวขาวเรียกชายผิวดำหยุดรถ) ถ้าตามทันก็ฮา ไม่ทันก็อาจจะงงบ้างนิดๆ แต่โดยรวมก็ถือว่าสอบผ่านในเรื่องความตลก แต่สอบตกในเนื้อเรื่องอย่างแรงครับ

เรื่องย่อ Encounter หัวใจพบรัก ตอนที่ 3

ครั้นพอกลับมาใช้ชีวิตตามธรรมดาจินฮยอกถึงได้รู้ว่าเขากับซูฮยอนเหมือนอยู่คนละโลก เพราะคุณเป็นบุตรสาวนักการเมืองอนาคตไกล (ตัวเก็งในการเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี) และยังเป็นผู้บริหารเครือโรงแรมสุดหรู แถมโรงแรมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเพิ่งจะรับเขาเข้าทำงานในแผนกประชาสัมพันธ์ คุณจึงเปลี่ยนเป็นเจ้านายใหญ่ของเขา แม้ทั้งคู่จะมีใจให้กันแต่การสานสัมพันธ์บนความแตกต่าง ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาและสายตาที่คอยจับจ้องก็ทำให้ทั้งคู่พบอุปสรรคตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม หลังมีกระแสติชมถึงความไม่เหมาะสม คนจำนวนไม่น้อยจึงเป็นห่วงและมองว่าจินฮยอกเป็นคนโง่งมที่ฝันลมๆ แล้งๆ และไม่เจียมตัวเหมือน "ดอน กีโฆเต้" แต่ทุกสิ่งที่เขาทำคือการแสดงออกซึ่ง "ความรัก" และซื่อสัตย์ต่อหัวใจตนเอง ในขณะที่จินฮยอก (ซึ่งไม่มีอะไรจะเสีย) พร้อมเดินหน้าและฟันฝ่าทุกมรสุมใกล้เคียงซูฮยอนโดยไม่หวั่นไหวเพราะเชื่อว่าความรักเอาชนะได้ทุกสิ่ง แต่ซูฮยอนกลับต้องคิดหนักเพราะถ้าเลือกความรักโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจินฮยอกจะเดือดร้อน ส่วนคุณและครอบครัวอาจสูญเสียทุกสิ่ง

เป็นได้ไหมที่มนุษย์เราจะยอมหันหลังให้ชื่อเสียงและความมั่งคั่งเพียงเพื่อให้คนที่เรารัก มันยากเพียงใดกันหากต้องละทิ้งวิถึชีวิตที่คุ้นเคย มาร่วมลุ้นและติดตามชมเรื่องราวความรักของทั้งคู่ได้ใน "Encounter หัวใจพบรัก" ทางช่อง 7 เอชดี

* เนื้อหาโดย luvasianseries / ภาพจาก ทีวีเอ็น
รายชื่อดาราหนัง
ดาราหนังนำ
ซง เฮคโย
รับบท ชา ซูฮยอน
ปาร์ค โบกอม
รับบท คิม จินฮยอก
ชาง ซึงโจ
รับบท ชอง อูซอก
ครอบครัวและคนใกล้ชิดซูฮยอน
มูน ซองกึน
รับบท ชา จงฮยอน
นัม กีแอ
รับบท ชิน มีอก
โก ชางซอก
รับบท นัม มยองชิก
ควัก ซอนยอง
รับบท ชาง มีจิน
ครอบครัวและเพื่อให้นบ้านจินฮยอก
ชิน จองกึน
รับบท คิม จางซู
แพ็ก ชีวอน
รับบท ยก ยอนจา
พี.โอ (สมาชิกวง Block B) 
รับบท คิม จินมยอง
คิม จูฮอน
รับบท ลี แทชาน
ครอบครัวอูซอก
ชา ฮวายอน
รับบท คิม ฮวาจิน
โรงแรมทงฮวา
คิม ฮเยอึน
รับบท คิม ซอนจู
ชอน โซนี
รับบท โช ฮเยอิน
คิม โฮชาง
รับบท ลี จินโฮ
ลี ชีฮุน
รับบท ปาร์ค ฮันกิล
ปาร์ค ชินจู
รับบท คู อึนจิน

เรื่องมากับพระ ภาคต่อ5

โดยไม่รู้จริง ยกตัวอย่างเช่นติดต่อกับคุณบุญสืบ ซึ่งเขาบวชมาเป็นเวลาสิบปี เพื่อมาดูแลเกี่ยวกับดีเทลทางพระ แม้แต่บทสวดในหนัง เราตั้งใจทำไม่เผาซี้ซั้วขึ้นมา ทุกอย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่ไม่มีอะไรหมิ่นศาสนา คือ เรื่องที่เล่าไม่ได้พูดว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนามหัศจรรย์มีอิทธฤทธิ์ แต่เป็นศาสนาที่พูดถึงความงามของโลกความสงบ การหลุดพ้นจากทุกข์6.ห่วงเรื่องกระทบศาสนาไหมหนังเรื่องนี้ ถ้าดูต้นๆ จะดูรู้สึกอยากรู้ว่าคุณจะเล่าเรื่องแบบไหน พอดูจนจบคุณจะเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เล่าเรื่องขนาดยกยอปอปั้น ว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนามหัศจรรย์พันลึก แต่เราเล่าเรื่องโดยยึดเอาพระธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระก็ไม่ใช่พระที่มีอิทธิฤทธิ์หรือดูดีจนจับต้องไม่ได้ พระคือคนที่บวชในศาสนาซึ่งแบบเป็นลำดับขั้น ลำดับขั้นนี่ไม่ได้หมายถึงยศนะ หมายถึง ระดับสภาพจิต มีการพัฒนา แม้แต่พระที่เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งเปิดเรื่องเป็นคนเจ้าอารมณ์ ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนาจิตไปจนฉากสุดท้าย สุดท้ายคนเราก็มีการพัฒนาจิต ถ้าเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เขาก็จะได้รับสิ่งที่ถูกต้อง7.ได้ข่าวว่ามีปัญหาเรื่องโลเคชั่นการถ่ายทำบ้างด้วยเพราะเนื้อเรื่องที่มันสมจริง พอเราต้องการให้มันสมจริงนี่โลเคชั่นที่เราใช้นี่ ก็เลยถ่ายบนเขาจริงๆ ที่เสมิง จ.เชียงใหม่ หนังเรื่องนี้เป็นการท้าทายของทุกคนที่ร่วมทำงาน ตั้งแต่นักแสดงทีมงานทุกฝ่ายเพราะว่ามันเป็นโลเกชั่นไม่ธรรมดา บางโลเกชั่นรถเข้าไม่ถึงเราต้องเดินห้าโลสิบโลเพื่อจะไปเอาโลเกชั่น ที่สวยงามตรงนั้นเอาให้ได้ ต้องมีการเซ็ทฉากวัด เรื่องจริงคือเราไม่สามารถหาวัดให้ตรงกับบทได้ เราต้องสร้างวัดขึ้นมา และวัดที่เราสร้างคุณจะไม่มีอะไรเลย ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีอาหาร คุณจะตัดไม้ทำลายป่า คุณจะหาอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างอยู่ในสภาพฝ่ายศิลป์ต้องอดทนอย่างสูง เจอสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คือเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวพายุ พายุนี่คือพายุจริงๆ แบบว่าน่าใจหายคุณอยู่บนภูเขาอยู่ๆ มีพายุพัดเหมือนตัวคุณจะปลิวตกภูเขาไปเลย ซึ่งก็มีคนตกเขาจริงๆ คนขาหักจริงๆ ที่พูดนี่คือต้องไปเจอสภาพจริงๆ ถึงจะเข้าใจว่า เวลามันหนาวนี่มันหนาวแบบจริงๆ พายุเข้าเหมือนอยู่กลางมหาสมุทรของลมเลย เท่ากับหนังเรื่องนี้เจอทุกสภาพ8. หนังเรื่องถ่ายทำไปนานเท่าไหร่6 เดือน เพราะว่าพอดีนักแสดงเยอะ และนักแสดงแต่ละคนมีงานอื่นเยอะมาก การที่จะเอาคิวมาชนกันยาก คือทุกคนให้คิวหมดแต่หาคิวที่ตรงกันยาก แล้วถามว่าทำไมไม่ถ่ายเจาะ ถ้าถ่ายเจาะ เราก็เผางานอีก ไม่อยากทำงานที่ได้เรียกว่าเผา หนังง่ายๆ ถ้าไม่มีคิวคุณก็ถ่ายเจาะเอา เอาตัวละครซึ่งไม่ต้องร่วมกันก็ได้แต่ถ่ายเหมือนร่วมเหตุการณ์กัน ถามจริงๆ ในพ.ศ.นี้ และคนดูหนังไทยก็ไม่ได้เป็นคนโง่ เขาเป็นคนฉลาด คุณทำอะไรแย่ๆ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ตำหนินะ เขาจะด่าคุณยังทำกันอย่างนี้อยู่เหรอ อย่าว่าแต่คนมีการศึกษา แม่ค้าเขายังด่าเลย คือเราไม่มีนโยบายถ่ายเจาะ9. จากที่ดูไปพอใจกับหนังแค่ไหน มันตอบไม่ได้เพราะว่าในมุมของผู้กำกับแต่ละคนจะมองคำว่าพอใจไม่เหมือนกัน ตัวพี่ๆ มองว่า ชีวิตงานเราๆไม่ควรพอใจอะไร เมื่อไหร่พอใจเราก็ควรจะหยุดทำงาน ออกมาได้แค่นี้ เราคิดว่ามันไม่ขี้เหร่ มันไม่เลวร้าย แต่มันจะวิเศษมหัศจรรย์แค่ไหนเราตอบไม่ได้

 

Incident in a Ghost Land – “บ้านตุ๊กตาดุ” (2018)

ความบ้าคลั่ง ความสยอง ความโหดและโรคจิตวิปริตขั้นสุด

ยอมรับว่านัดแรกที่เห็นตัวอย่างของ “Incident in a Ghost Land” ค่อนข้างรู้สึกเฉยๆและงงๆกับตัวอย่างว่ามันต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ แถมชื่อไทยอย่าง “บ้านตุ๊กตาดุ” ก็ไม่ได้ให้อารมณ์แตกต่างจากหนังสยองขวัญทั่วไปเท่าไหร่ แต่ก็ด้วยชื่อของผู้กำกับ Pascal Laugier เจ้าของงานโหดชวนเสียวร่างกาย Martyrs (2008) ก็ทำให้คิดว่าหนังน่าสนใจขึ้นมาหน่อย

หนังเล่าเรื่องราวของ ม่าม้าและบุตรสาว 2 คนคือ Vera ที่มีนิสัยเหมือนเด็กวัยรุ่นสาวๆทั่วไปกับ Beth น้องสาวผู้ขี้อายและชื่นชอบในการเขียนนิยายสยองขวัญ กระทั่งพวกคุณได้บ้านหลังหนึ่งเป็นมรดก แต่กลับพบเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ เมื่อจู่ๆ มีฆาตกรโรคจิตบุกเผ่านาในบ้านกลางดึก ซึ่งมันจบลงด้วยการเป็นค่ำคืนที่หลอกหลอนพวกคุณไปตลอดชีวิต

16 ปีผ่านไป Beth โตมาเป็นนักเขียนเรื่องสยองขวัญที่โด่งดัง แต่เหตุการณ์แปลกก็เริ่มเกิดขึ้น พร้อมฝันร้ายที่คุณยังลืมไม่ลง จนนำคุณหวนกลับสู่บ้านหลังเก่าเพื่อให้พบกับแม่และพี่สาวอีกที แต่คราวนี้มันจะไม่จบง่ายๆ เพราะมีอะไรบางอย่างในบ้านที่รอคอยการกลับมาของคุณ ความหลอนชวนขนลุกได้ทวีความร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ Beth จึงต้องหาคำตอบให้ได้ว่าพวกคุณกำลังเผชิญหน้ากับอะไรกันแน่!

ความรู้สึกหลังดูจบคือสวนทางกับตอนแรกมากๆ! เพราะ “Incident in a Ghost Land” มีความซับซ้อนและลีลาการนำเสนอที่เหนือชั้นและหักมุมไปมา จนเราต้องเดาแล้ว เดาอีกไปจนจบ แถมไม่ใช่เดาอย่างเดียว แต่ยังต้องลุ้นแบบเกร็งกันไปหมดทั้งตัวกับฉากระทึกบวกความโหดที่ประเคนใส่ผู้ชมแบบไม่ขาดสายอีกด้วย!!

หนังถือว่าจัดอยู่ในประเภท “ดูแล้วห้ามสปอยล์ตอนจบให้ใครฟัง!” แต่นอกเหนือจากจังหวะสะดุ้งผู้ชมที่ได้ผลแล้ว หนังยังไม่ใช่แค่ยัดฉากโหดๆ หลอนๆเผ่านาแบบไม่สนเนื้อหา เพราะมองลึกไปที่เรื่องราวอันเป็นแก่นของ “Incident in a Ghost Land” แล้ว มันสะท้อนคือการเผชิญหน้ากับฝันร้าย การยอมรับความจริงและความข้องเกี่ยวของพี่น้องที่ชวนให้อิน มันไม่ถึงขั้นต้องตีลังกาตีความให้ปวดสมองแบบ Martyrs แต่กลับกันคือ แม้ “Incident in a Ghost Land” จะมีเนื้อหาที่ทับซ้อนกันหลายใจความสำคัญ แต่มันก็เข้าใจได้ง่ายและมีการเฉลยปมทุกอย่างแบบชัดเจน แถมยังหลงเหลือความ “จิตตก” เอาไว้ให้ผู้ชม พร้อมอาการมือสั่น ใจสั่น ที่ต้องนั่งลุ้นไปตลอดเวลา

โลกเราบางครั้งความจริงก็ช่างโหดร้าย แต่ละคนก็มีวิธีวิ่งหนีความเลวร้ายที่พบเจอต่างกันไป แต่หนีไปไกลเพียงใด เราก็ไม่มีทางหนีความจริงได้ตลอด

โดยสรุป “Incident in a Ghost Land” เป็นหนังที่น่าจะพูดได้ว่า “ม้ามืด” อีกเรื่องที่ไม่ควรมองผ่านในปีนี้ ถ้า “A Quiet Place” ทำให้ผู้ชมลุ้นจนแทบไม่กล้ากระดิกตัวทำอะไรให้เกิดเสียง “Incident in a Ghost Land” ก็จะเป็นหนังที่ทำเอาผู้ชมเกร็งและบีบมือแรง ลุ้นไปกับความ “โหดสัส” ที่ตัวละครเผชิญจนสั่นไปหมดทั้งตัว