The Intern โก๋เก๋ากับบอสเก๋ไก๋

เบน วิทเทเกอร์ (รอเบิร์ต เดอ นิโร) ชายวัย 70 ปี
ผู้ไม่ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณให้หมดไปวันๆ

เขาจึงมาสมัครเป็นพนักงานฝึกหัดในบริษัทเว็บด้านแฟชั่น
ซึ่งก่อตั้งและบริหาร โดย จูลส์ ออสติน (แอนน์ แฮททาเวย์)
เบน ได้รับมอบหมายให้เป็นเด็กฝึกงานในทีมของ จูลส์
เจ้าของบริษัทสาวรุ่นใหม่ไฟแรงที่แทบจะไม่มีเวลาว่างเลย

การได้กลับมาทำงานของเบน ทำให้เขาได้พบกับสังคมใหม่ของคนชายหนุ่มสาว
ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยี
แต่ เบน ยังคงเป็นผู้ใหญ่ที่โลว์เทคในสายตาของคนในออฟฟิศ
เขายังคงใช้เครื่องคิดเลข นาฬิกาตั้งโต๊ะ สมุดจด โทรศัพท์รุ่นฝาพับ
ซึ่งทุกอย่างแทบไม่จำเป็นเลยเพราะมันถูกบรรจุลงสมาร์ทโฟนหมดแล้ว
ด้วยความยุ่งวุ่นวายในการทำงานของ จูลส์ คุณยืนกรานว่า
ไม่ต้องการพนักงานฝึกงานอาวุโสมาเป็นผู้ช่วยของคุณ

แต่สุดท้ายเรื่องราวสุดประทับใจก็เกิดขึ้น
เมื่อ เบน พยายามเข้าไปช่วยงานของจูลส์
และเข้าไปมีส่วนช่วยให้ทุกอย่างในชีวิตที่วุ่นวายของคุณราบรื่นขึ้นมา
จูลส์ ข้างหญิงที่วุ่นอยู่กับการทำธุรกิจเว็บขายเสื้อผ้าออนไลน์ และเป็นหัวหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว ในขณะที่ข้างสามีอยู่บ้านและเลี้ยงดูบุตรสาวเพียงคนเดียว

เบน ผู้อาวุโสซึ่งที่เบื่อเวลาว่างของตน อยากหางานทำเพื่อให้แก้เบื่อ จึงได้ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นพนักงานฝึกงานที่บริษัทของจูลส์

ด้วยวัยที่ต่างกัน และความคิดที่ต่างกัน จูลส์กับเบนต่างกันอย่างสิ้นเชิง จูลส์เป็นผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับความเครียดของการจัดการบริษัท ไม่ค่อยมีเวลาว่างให้ใคร และไม่ค่อยแคร์คนอื่นซักเท่าไหร่ แต่เบนกลับเป็นผู้เฒ่าที่แคร์ความคิดคนอื่น เป็นมิตร มีการเตรียมพร้อมตลอด วางตัวดี และมีวามรู้ความเข้าใจในชีวิตมากกว่า

จูลส์ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว จึงได้เบนมาเป็นที่ปรึกษา คอยรับฟังและช่วยคิดวิธีแก้ปัญหาให้ ทำให้จูลส์สามารถบริหารธุรกิจต่อไปได้

หลายๆคนอาจจะชอบคิดว่าผู้เฒ่าไม่เข้าใจเรา ทำให้เราไม่อยากคุยด้วย แต่ผู้แก่ผู้คนจำนวนมากย่อมมีมุมมองความคิด การวางตัว และประสบการณ์ที่แตกต่างจากวัยทำงานหรือวัยรุ่น หากลองเปิดใจคุย คำชี้แนะจากประสบการณ์ที่ของพวกเขาอาจสามารถช่วยให้พ้นจากหลายๆปัญหาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ข้อคิดดีๆ ที่ได้รับ
1.ประสบการณ์ชีวิตไม่เคยแก่ ยังคงสอนเราและคนอื่นๆได้เสมอ
แม้เบนจะเป็นคนรุ่นอายุ 70 ปีและตามแต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้เด็กรุ่นใหม่เสมอ
2.เราทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
นางเอกเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โต บริหารดูแลพนักงานหลักร้อยในบริษัท ทุ่มเทการทำงานอย่างสุดกำลัง แต่ลืมสิ่งรอบตัวและคนรอบข้างไป แม้แต่เบตตี้ เลขาของนางเอกก็ทุ่มเทการทำงานจนลืมดูแลตัวเอง
3.การวางตัวเป็นสิ่งสำคัญการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
การวางตัวของเบนถือเป็นแบบที่ดีมากๆ ที่ทำให้คนอื่นเชื่อถือ วางตัวสุภาพ รู้ว่าสิ่งไหนควรพูด ส่ิงไหนไม่ควรพูด แถมมีความตั้งอกตั้งใจในการทำงานอย่างมาก ไม่เคยเกี่ยงงาน หรือหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากเพื่อให้นร่วมงาน รวมทั้งการแต่งตัวของเบนที่สุดแสนจะสุภาพ
สรุปคือชอบมาก หนังมีตลกบ้างแต่เป็นตลกแบบบางๆ ไม่ใช่ขำแบบหัวเราะกระจายแต่รับประกันว่าเรื่องนี้จะทำให้คุณอมยิ้มไปตลอดเรื่อง นับว่าเป็นหนังดีประจำปีนี้เลยก็ว่าได้